สวนลุงเวศน์ แลนด์มาร์กดอกไม้ จ.ตรัง ประกาศปิดให้บริการไม่มีกำหนด หลังเปิดมา 4 ปี เผยเหตุผลสุดกลั้น เศรษฐกิจไม่ดี แบกภาวะขาดทุนสะสมจากต้นทุนพุ่งสูง
ทำเอาบรรดานักท่องเที่ยวใจหาย หลังจาก สวนลุงเวศน์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและสวนดอกไม้ชื่อดังในตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ประกาศปิดให้บริการยาวแบบไม่มีกำหนด หลังจากเปิดดำเนินกิจการมาเป็นระยะเวลา 4 ปี 3 เดือน กับอีก 28 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นมา พร้อมขอบคุณแฟนคลับทั่วไทยและต่างประเทศ
“ประกาศปิดสวน
สวนลุงเวศน์ เปิดบริการวันแรก วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 มาจนถึงวันนี้ สิริรวมแล้ว สวนเปิดบริการมาแล้วกว่า 4 ปี 3 เดือน กับอีก 28 วัน
หากย้อนเวลากลับไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ก่อนสวนลุงเวศน์ จะก่อตั้งขึ้น เดิม… พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นที่ดินนารกร้าง ตั้งอยู่เกือบสุดถนนชลประทาน ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง ในตอนนั้นเส้นทางบริเวณนี้ ยังถือเป็นเส้นทางที่เปลี่ยว ถนนยังไม่ตัดผ่านเป็น 2 เลนส์ ไม่ค่อยมีรถสัญจรผ่านเข้ามา และยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ
จนกระทั่ง ‘คุณลุงเวศน์’ ตัดสินใจลองเสี่ยง ทำพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว พร้อมกับทีมงานสวนลุงเวศน์ ทุกคน เพื่อสร้างสวนดอกไม้(ของเอกชน) แห่งแรกในภาคใต้
ในเวลานั้น ไม่มีอะไรการันตีได้เลย ว่ามันจะสำเร็จ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำ ไม่มีอะไรเอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจตรงนี้ และมันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะปลูกดอกไม้เมืองเหนือที่อากาศหนาวในนพื้นที่ตรงนี้ เลย … แต่ความฝัน ความหวังและความตั้งใจของคุณลุงและทีมงานทุกคน ก็หนักแน่นและแน่วแน่ซะจน ไม่มีอุปสรรคใดที่มันจะผ่านไปไม่ได้ และมันไม่มีคำว่า “ทำไม่ได้” ในทัศนคติของคุณลุงเลย
ตลอดระยะเวลา 4 ปีกว่า ที่สวนลุงเวศน์ เดินทางมา จนถึงวันนี้ เบื้องหลังของดอกไม้ที่สวยงาม กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ยิ่งดอกไม้ที่ทุกคนได้เห็นสวยงามมากแค่ไหน เบื้องหลังของมันแสนจะทรหด เราพบอุปสรรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่ฝนตกหนัก สลับร้อนจัด ลมพายุแรง แมลงต่าง ๆ จากท้องนารอบข้าง และปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้การปลูกและการดูแลรักษาดอกไม้เป็นไปด้วยความยากลำบากเสมอมา
ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของการเปิดบริการ สวนลุงเวศน์ จำหน่ายบัตรเข้าชมสวนราคาท่านละ 50 บาท ไม่เคยมีการปรับราคาขึ้น แม้ว่าทางสวนจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นทุกปีเพื่อขยับขยาย และพัฒนาสวนอยู่เสมอ หรือแม้แต่ปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่ดี ส่งผลต่อราคาของวัสดุปลูก ปุ๋ย ยา หรือเมล็ดพันธุ์ที่สูงขึ้น ทางสวนก็ไม่เคยปรับราคาบัตรเข้าชมขึ้นเลย จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วง 2 ปีหลัง ทางสวนประสบปัญหาขาดทุน แต่ด้วยใจรักก็ยังพยายามอดทนกัดฟันต่อสู้เรื่อยมา
ตลอดการเปิดบริการที่ยาวนาน สวนพบเจอทั้งลูกค้าที่น่ารัก ให้กำลังใจ ให้การสนับสนุน เข้าใจถึงต้นทุนในการลงทุนที่สูง เห็นคุณค่าของดอกไม้ เห็นคุณค่าของทุกอย่างภายในสวนที่เราตั้งใจส่งมอบให้ลูกค้า ในขณะเดียวกัน สวนก็พบเจอกับคุณลูกค้าอีกหลายท่านที่ไม่เข้าใจในธุรกิจของการซื้อบัตรเข้าชมสวนดอกไม้ ไม่เข้าใจธรรมชาติของดอกไม้ ว่ามันมีทั้งช่วงเวลาที่สวยงาม และช่วงเวลาที่หมดอายุลง สวนจึงเจอทั้งคำด่า การด้อยค่า การขอเข้าฟรี การขอลดราคา การขอของแถม ในหลายรูปแบบ
แม้จะเจอปัญหาและอุปสรรคมากมายอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ก็ไม่อาจหยุดยั้ง ความตั้งใจของทางสวนได้ สวนยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์งานศิลปะผ่านการปลูกดอกไม้ในทุกแปลง สร้างมุมพักผ่อน สร้างจุดถ่ายรูป สร้างสวนลุงเวศน์ แห่งนี้ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามของภาคใต้
จนมาถึงวันนี้ หลังจากที่สวนทำงานอย่างหนักมาตลอด 4 ปีกว่า และปัญหาหลักที่สวนต้องประสบ คือ การขาดทุน คงถึงเวลาที่เราจะต้องหยุดพักแล้วค่ะ สวนลุงเวศน์จึงขอประกาศให้คุณลูกค้าทุกท่าน ทราบว่า สวนจะปิดบริการยาว ๆ ไม่มีกำหนดเปิด ซึ่งไม่แน่ใจเลยค่ะว่าการปิดยาวในครั้งนี้เราจะปิดไปจนถึงเมื่อไหร่ และจะได้กลับมาเปิดอีกไหม ?.
อย่างไรก็ตาม สวนลุงเวศน์จึงอยากขอขอบพระคุณคุณลูกค้าทุกท่าน ที่ให้กำลังใจ ให้การสนับสนุนทางสวนเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ลูกค้าที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดใกล้ และไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณลูกค้าชาวมุสลิม จากทุกๆจังหวัด หรือแม้แต่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เดินทางไกลมาเที่ยวถึงสวน รวมไปถึงไปคุณลูกค้าชาวต่างชาติ มาเลเซีย จีน ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และทุกๆประเทศ ทุกๆจังหวัด อาจจะไม่ได้กล่าวถึงทั้งหมด แต่ทางสวนรู้สึกขอบพระคุณคุณลูกค้าทุกท่านจากใจจริง ๆ ค่ะ
ต่อจากนี้ การเดินทางของสวนลุงเวศน์จะเป็นอย่างไร สวนจะได้กลับมาเปิดอีกไหม ฝากติดตาม และเป็นกำลังใจให้พวกเราทีมงานสวนลุงเวศน์ทุกคนด้วยนะคะ
จนกว่าจะพบกันใหม่ สวนลุงเวศน์”
ข่าวล่าสุด