กีเยร์โม่ โอชัว จะได้โอกาสหรือไม่? การทดสอบของ เอ็ดซอน อัลวาเรซ ในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก และการรอคอยของ โอเบด วาร์กัส – 5 ประเด็นสำคัญก่อนศึก เม็กซิโก พบ เช็กเกีย
สมศักดิ์ พงษ์ไทย June 24, 2026 08:34 PM

อย่าพลาดทุกช่วงเวลาของศึกฟุตบอลโลก

กีเยร์โม่ โอชัว จะได้ลงสนามหรือไม่? การทดสอบของ เอ็ดซอน อัลวาเรซ ในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก และการรอคอยของ โอเบด วาร์กัส – 5 ประเด็นสำคัญก่อนเกม เม็กซิโก ปะทะ เช็กเกีย

ทีมชาติเม็กซิโกการันตีตำแหน่งแชมป์กลุ่มไปแล้ว แต่ ฮาเวียร์ อากีร์เร ยังคงต้องตัดสินใจสำคัญหลายอย่างก่อนที่ “เอล ตรี” จะลงสนามพบกับ เช็กเกีย ในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก

ฮาเวียร์ “วาสโก้” อากีร์เร กำลังสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการฟุตบอลเม็กซิโก ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบสไตล์การทำทีมของเขาหรือไม่ก็ตาม

ก่อนทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเริ่มขึ้น อากีร์เร เคยมีส่วนร่วมในฟุตบอลโลกมาแล้วถึง 4 ครั้งกับทีมชาติเม็กซิโก ได้แก่ ปี 1986 ในฐานะนักเตะ, ปี 1994 ในฐานะผู้ช่วยโค้ช และปี 2002 กับ 2010 ในฐานะหัวหน้าโค้ช แต่สิ่งที่ทำให้การคุมทีมครั้งนี้พิเศษคือ หากเม็กซิโกสามารถเอาชนะเช็กเกียได้อีก อากีร์เร จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของทีมเม็กซิโกที่คว้าแชมป์กลุ่มได้อีกครั้ง

“การจบอันดับหนึ่งของกลุ่มในวันนี้ เหมือนกับปี 2002 มันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย” เขากล่าวหลังจากที่ “เอล ตรี” เอาชนะ เกาหลีใต้ 1-0 “สุดท้ายแล้ว สิ่งที่สำคัญคือเราจะไปจบที่ตรงไหน ฟีฟ่า จัดอันดับเราอยู่ที่อันดับ 13 ในตอนนี้ แต่เราต้องการก้าวไปสู่อันดับท็อป 10 ของโลก”

แม้เขาจะไม่ได้พูดตรง ๆ แต่หากเม็กซิโกต้องการก้าวไปถึงระดับนั้น พวกเขาอาจต้องเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศเหมือนในปี 1986 ซึ่งตอนนั้น อากีร์เร เป็นหนึ่งในนักเตะของทีม

การเป็นโค้ชนั้นแตกต่างออกไป และจาก 180 นาทีแรกของทัวร์นาเมนต์นี้ แสดงให้เห็นว่า ผู้จัดการทีมมักต้องการให้ทีมสะท้อนตัวตนของพวกเขา พวกเขาพยายามสร้างนิสัยแบบทีมสโมสร แล้วนำมาปรับใช้กับทีมชาติ ซึ่งมีเวลาเตรียมทีมน้อยและแรงกดดันสูง

ประสบการณ์ในฟุตบอลโลกได้หล่อหลอมให้ อากีร์เร กลายเป็นโค้ชในแบบปัจจุบัน เขากล่าวว่าตัวเองนิ่งมากขึ้นในตอนนี้ แม้ในเกมกับเกาหลีใต้ เขายังมีปากเสียงกับผู้ตัดสินอยู่บ้าง ความสงบของเขายังคงเป็นสิ่งที่กำลังพัฒนา แต่แก่นแท้ของเขายังเหมือนเดิม

ไม่เคยมีครั้งใดที่ “เอล ตรี” คว้าแชมป์กลุ่มฟุตบอลโลกได้หลังจากผ่านไปเพียงสองนัด และที่สำคัญกว่านั้น พวกเขายังไม่เสียประตูเลย ในปี 2026 นี้ เม็กซิโกเสียเพียงสองประตูเท่านั้น ซึ่งสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของทีมที่ อากีร์เร สร้างขึ้น – ทีมที่สมดุลและมีวินัยในเกมรับ

ต่อไปคือเกมกับ เช็กเกีย ที่สนาม เอสตาดิโอ อัซเตกา แม้ผลการแข่งขันจะไม่เปลี่ยนตำแหน่งของเม็กซิโกในกลุ่ม แต่เกมนี้จะเป็นอีกบททดสอบสำคัญก่อนเข้าสู่รอบน็อกเอาต์

ต่อไปนี้คือ 5 ประเด็นสำคัญที่ควรจับตาเมื่อ เม็กซิโก พบ เช็กเกีย ที่กรุงเม็กซิโกซิตี้

อากีร์เร จะเปลี่ยนตัวผู้เล่นมากแค่ไหน?

นี่คือครั้งแรกที่ อากีร์เร มีโอกาสผ่อนคลายในการจัดทีมในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เม็กซิโกคว้าแชมป์กลุ่มเรียบร้อยและการันตีว่าจะได้ลงเล่นรอบต่อไปที่กรุงเม็กซิโกซิตี้ ซึ่งแม้จะเปิดโอกาสให้เขาหายใจได้โล่งขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเปลี่ยนทีมทั้งหมดเพื่อทดลอง

เกมกับเกาหลีใต้ใช้พลังมหาศาลจากนักเตะเม็กซิโก แม้จะไม่ใช่เกมที่บุกอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ต้องใช้สมาธิสูงเมื่อไม่มีบอล

อากีร์เร ไม่ใช่โค้ชที่ชอบจัดทีมให้เล่นแบบขอไปที แม้ทีมจะได้แชมป์กลุ่มแล้ว แต่จังหวะการเล่นก็ยังสำคัญ รวมถึงภาพลักษณ์ของทีมต่อหน้าแฟนบอลในบ้านด้วย ดังนั้นเขาน่าจะหมุนเวียนนักเตะบางตำแหน่งเท่านั้น เช่น เสริมความสดในแดนกลาง ให้นักเตะบางคนได้จังหวะการแข่งขันมากขึ้น และยังคงเก็บแกนหลักไว้เพื่อรักษาโครงสร้างทีม

จนถึงตอนนี้ มีเพียง 4 นักเตะที่ยังไม่ได้ลงสนามในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ได้แก่ กีเยร์โม่ โอชัว, การ์ลอส อาเซเวโด, กีเยร์โม่ มาร์ติเนซ และ มาเตโอ ชาเบซ เกมกับเช็กเกียอาจเป็นโอกาสที่ อากีร์เร จะเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ลงสนามบ้าง แต่ทุกการเปลี่ยนแปลงต้องอยู่ในแผนหลักของทีม

โอเบด วาร์กัส และ กิลเบร์โต โมรา ในแดนกลาง?

นี่อาจเป็นเกมที่ อากีร์เร จะลองเปลี่ยนรูปแบบแดนกลาง โอเบด วาร์กัส และ กิลเบร์โต โมรา เป็นนักเตะที่สามารถเติมพลังให้กับทีมได้ในช่วงต่อไปของทัวร์นาเมนต์

ทั้งคู่เคยเล่นร่วมกันในศึกฟุตบอลโลก U-20 ที่ชิลี ซึ่ง “เอล ตรี” เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ความคุ้นเคยนี้อาจช่วยได้หาก อากีร์เร ตัดสินใจให้พวกเขาลงสนามพร้อมกัน

เมื่อ เม็กซิโก การันตีแชมป์กลุ่มแล้ว เช็กเกียจึงเป็นคู่แข่งที่เหมาะจะทดสอบศักยภาพของพวกเขาตั้งแต่ต้นเกม

วาร์กัส มอบความดุดันในการเข้าปะทะและการเล่นบอลไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เขาแสดงให้เห็นแล้วในเกมกับเกาหลีใต้ว่าแม้สถานการณ์ตึงเครียด เขาก็พร้อมรับบอลทันที ส่วน โมรา มอบความสร้างสรรค์อีกแบบให้ทีม ทุกครั้งที่เขาได้บอลระหว่างแนว มีความรู้สึกว่าอาจเกิดสิ่งพิเศษขึ้น เขามองเห็นทางจ่ายบอลก่อนใครและช่วยให้ “เอล ตรี” เข้าสู่พื้นที่สุดท้ายได้ดีขึ้น

คำถามคือ อากีร์เร จะให้ทั้งคู่ลงเล่นพร้อมกันหรือจะเก็บหนึ่งในนั้นไว้เล่นร่วมกับกองกลางประสบการณ์สูง

ในการเจอกับเช็กเกีย อาจมีพื้นที่ให้เล่นมากกว่าเกมกับเกาหลีใต้ แต่ก็มีการปะทะทางอากาศและจังหวะเก็บบอลที่สองมากขึ้น ความสมดุลนี้จะเป็นตัวกำหนดว่า อากีร์เร จะกล้าเสี่ยงมากแค่ไหน

เช็กเกีย ยังต้องลุ้นเข้ารอบ

แม้ เม็กซิโก จะผ่านเข้ารอบไปแล้ว แต่ เช็กเกีย ยังต้องการคะแนนในเกมนี้ ซึ่งทำให้พวกเขาอันตราย ทีมที่ต้องการผลการแข่งขันมักจะกล้าเสี่ยงมากกว่า ทีมที่สบายใจ เช็กเกียรู้ดีว่าโอกาสของพวกเขายังไม่หมด และนั่นจะเปลี่ยนจังหวะของเกม

นี่จะเป็นบททดสอบที่แตกต่างจากเกมกับเกาหลีใต้ เพราะเกาหลีใต้บังคับให้ เม็กซิโก ต้องรับมือกับความเร็ว ขณะที่ เช็กเกีย จะทดสอบพลังทางกาย ปาทริก ชิค คือศูนย์หน้าเป้าหมายหลัก โทมัช ซูเช็ก อันตรายจากบอลสองและลูกตั้งเตะ ส่วน อดัม ฮโลเช็ก เติมการเคลื่อนไหวในกรอบเขตโทษ

สำหรับ เม็กซิโก ความท้าทายคืออย่าเล่นตามเกมของเช็กเกีย ทีมของ อากีร์เร พิสูจน์แล้วว่าสามารถตั้งรับอย่างมีระเบียบ แต่ต้องรักษาความแม่นยำในการครองบอล หากทีมใช้เวลามากเกินไปในการปัดบอลยาวและป้องกันลูกครอส เกมอาจกลายเป็นเรื่องยาก แต่หากพวกเขาสามารถเคลื่อนบอลจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง เจาะพื้นที่หลังแดนกลางของคู่แข่ง และหลีกเลี่ยงการฟาวล์เกินจำเป็น เกมนี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งบทเรียนของการควบคุมเกม

เอล ตรี จะยังคงระบบเกมรับไว้

สิ่งหนึ่งที่ อากีร์เร จะไม่เปลี่ยนคือโครงสร้างเกมรับที่พาทีมผ่านสองเกมแรกมาได้โดยไม่เสียประตู เมื่อไม่มีบอล “เอล ตรี” มักปรับเป็นระบบ 5-4-1 โดยมีวิงแบ็กถอยลึกและกองกลางช่วยป้องกันช่องตรงกลาง แม้รูปแบบจะไม่สวยงามนักแต่ก็ได้ผล

ในเกมกับเกาหลีใต้ เม็กซิโก มีช่วงเวลายาวที่ไม่ได้ครองบอลแต่ยังรักษารูปทรงทีมไว้ได้ อากีร์เร กล่าวหลังเกมว่า ทีมแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้ใหญ่และไม่เสียสมาธิเหมือนในบางช่วงของเกมกับแอฟริกาใต้ ซึ่งนี่คือพัฒนาการที่โค้ชให้ความสำคัญ เพราะมันชนะเกมในสถานการณ์ที่ช่องว่างน้อย

ขั้นต่อไปคือการรู้ว่าเมื่อใดควรเดินเกมบุก ที่สนาม เอสตาดิโอ อัซเตกา ท่ามกลางแฟนบอลในบ้าน จะมีช่วงเวลาที่ “เอล ตรี” ต้องเล่นเชิงรุกมากขึ้น ระบบ 5-4-1 สามารถป้องกันการนำได้ แต่ไม่ควรเป็นข้ออ้างในการตั้งรับลึกเกินไป

เม็กซิโก ต้องตั้งรับด้วยความอดทนและเปลี่ยนจังหวะเหล่านั้นให้กลายเป็นการครองบอลที่ยาวขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญของนักเตะอย่าง อัลบาโร ฟีดัลโก และ ราอูล ฆิเมเนซ

โรแบร์โต อัลวาราโด ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในระบบ 5-4-1 อาจได้พักก่อนเกมรอบ 32 ทีม หากเป็นเช่นนั้น อากีร์เร ต้องหานักเตะที่สามารถรักษาวินัยเกมรับโดยไม่ทำให้เกมรุกลดความเฉียบคม การตัดสินใจครั้งนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เขามีต่อนักเตะคนอื่นในทีม

เอ็ดซอน อัลวาเรซ จะเป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็กของ โยฮัน บาสเกซ หรือไม่?

ผลงานของ เอ็ดซอน อัลวาเรซ ในเกมกับเกาหลีใต้ ทำให้ อากีร์เร ต้องคิดหนัก เมื่อถูกจับมาเล่นในตำแหน่งกองหลังตัวกลาง อัลวาเรซ แสดงให้เห็นถึงความนิ่งและภาวะผู้นำ การสกัดบอลบนเส้นประตูจากลูกยิงของ ซน ฮึง-มิน แม้จะถูกยกเลิกในภายหลัง ก็สะท้อนสัญชาตญาณเกมรับที่ยอดเยี่ยม

ตัวเลขสถิติก็สนับสนุนผลงานนั้นเช่นกัน อัลวาเรซ ผ่านบอลสำเร็จ 71 จาก 77 ครั้ง หรือคิดเป็น 92% โดยในแดนตัวเอง เขาผ่านบอลแม่นยำ 59 จาก 59 ครั้งเต็ม ในขณะที่เจอกับทีมเกาหลีใต้ที่กดดันเร็วและพยายามเล่นสวนกลับ เขาแทบไม่เสียบอลในพื้นที่อันตราย ส่วนในแดนคู่แข่ง เขาผ่านบอลสำเร็จ 12 จาก 18 ครั้ง ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของเขาที่เน้นความแน่นอนมากกว่าการเสี่ยง

ในเกมรับ เขามีส่วนร่วมอย่างมาก โดยทำผลงานได้ 10 จังหวะป้องกัน ชนะการแท็กเกิลทั้งสองครั้ง ตัดบอลได้ 2 ครั้ง เคลียร์บอล 6 ครั้ง และเก็บบอลกลับมาได้ 5 ครั้ง เขายังชนะการดวลภาคพื้นดิน 3 จาก 4 ครั้ง และลูกกลางอากาศทั้ง 2 ครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้ากันได้ดีกับบทบาทนี้

คำถามคือ นี่เป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหรือเป็นจุดเริ่มต้นของบทบาทถาวร แม้ อัลวาเรซ จะยังเป็นกองกลางคนสำคัญของเม็กซิโก แต่การใช้เขาเป็นเซ็นเตอร์แบ็กช่วยให้อากีร์เรมีทางเลือกใหม่ เกมกับเช็กเกียเป็นโอกาสดีที่จะทดสอบแนวทางนี้ เพราะพวกเขาจะต้องรับมือแรงกดดันในกรอบเขตโทษ

เมื่อ เซซาร์ มอนเตส พร้อมกลับมาลงสนาม อากีร์เร จะต้องตัดสินใจอีกครั้ง การส่ง มอนเตส กลับมาเป็นตัวจริงอาจเป็นทางเลือกปกติ แต่ผลงานของ อัลวาเรซ ทำให้เขาต้องคิดให้รอบคอบ ในทัวร์นาเมนต์ที่เม็กซิโกสร้างความมั่นใจจากแนวรับ การตัดสินใจครั้งนี้มีความหมายไม่น้อย

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.