“เรายังไม่ถึงมาตรฐานที่ควรจะเป็น” เควิน เดอ บรอยน์ โอดทีมชาติเบลเยียมทำพลาดง่าย เสี่ยงตกรอบแรกฟุตบอลโลก
ชาญชัย รัตนพงษ์ June 24, 2026 11:44 PM

อย่าพลาดทุกช่วงเวลาของศึกฟุตบอลโลก

“เรายังไม่ถึงมาตรฐานที่ควรจะเป็น” เควิน เดอ บรอยน์ กล่าวแสดงความผิดหวังต่อผลงานของทีมชาติเบลเยียม หลังเกิดข้อผิดพลาดซ้ำซากและมีความเสี่ยงสูงที่จะต้องตกรอบแบ่งกลุ่มในฟุตบอลโลกครั้งนี้

เควิน เดอ บรอยน์ ได้ออกมาพูดเตือนเพื่อนร่วมทีมอย่างตรงไปตรงมา โดยยอมรับว่าทีมยังไม่สามารถเล่นได้ตามที่คาดหวังไว้ในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก ซึ่งทัพปีศาจแดงแห่งยุโรปกำลังเผชิญกับความเป็นไปได้ที่จะต้องกลับบ้านตั้งแต่รอบแรก หลังไม่สามารถคว้าชัยชนะได้เลยจากสองนัดแรกที่จัดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ

ปีศาจแดงยังหาฟอร์มเก่งไม่เจอ

เบลเยียมลงแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ในฐานะหนึ่งในทีมเต็ง แต่ลูกทีมของ รูดี้ การ์เซีย กลับไม่สามารถจุดไฟในเกมของตนเองได้ โดยทำได้เพียงผลเสมอสองนัดติดต่อกันกับ อิหร่าน และ อียิปต์ ปัญหาสำคัญคือการจบสกอร์ที่ไม่เฉียบคม โดยประตูเดียวของทีมจนถึงตอนนี้มาจากการทำเข้าประตูตัวเองของ โมฮาเหม็ด ฮานี ในเกมที่เสมอกับทีมฟาโรห์ 1-1

เดอ บรอยน์ กล่าวถึงการออกสตาร์ตที่น่าผิดหวังของทีมอย่างตรงไปตรงมาว่า ปัญหาหลักมาจากการเสียสมาธิและความผิดพลาดในเกมรับที่เกิดขึ้นบ่อย “เราทำผิดพลาดแบบไม่จำเป็น และเราก็สร้างแรงกดดันให้กับตัวเองมากเกินไป” เดอ บรอยน์ ให้สัมภาษณ์กับ กัซเซ็ตตา “ในเกมกับอิหร่าน เรามีโอกาสยิงหลายครั้ง และต้องพูดตามตรงว่าเราก็โชคดีเล็กน้อยกับจังหวะล้ำหน้าของประตูที่ ตาเรมี ยิงได้ เราจำเป็นต้องหาความสมดุลให้มากกว่านี้ และต้องหลีกเลี่ยงความคิดในแง่ลบ เราจะต้องพูดคุยกันเพื่อหาทางออก”

ประสบการณ์สำคัญกว่าความสามารถเฉพาะตัว

เพลย์เมกเกอร์จาก นาโปลี วัย 34 ปี ยอมรับว่าทั้งเขาและเพื่อนร่วมทีมรุ่นเก๋าอย่าง โรเมลู ลูกากู ไม่ได้อยู่ในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ที่สุดอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าภาวะผู้นำของทั้งคู่จะมีบทบาทสำคัญหากเบลเยียมต้องการผ่านเข้ารอบต่อไปในกลุ่มจี

“ประสบการณ์ — นั่นคือสิ่งที่จะช่วยให้เราจัดการกับสถานการณ์ที่แตกต่างจากที่คาดไว้ได้” เดอ บรอยน์ กล่าว “ผมรู้ดีว่าในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ๆ ความรู้สึกสามารถเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว เราต้องสามารถรับมือกับช่วงเวลาทั้งที่ดีและแย่ได้ จนถึงตอนนี้ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เรารู้ว่าเรายังเล่นได้ไม่ดี และสิ่งนั้นส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจ แต่ตอนนี้คือช่วงเวลาที่เราต้องมุ่งมั่นมากกว่าเดิม”

คู่หูที่อยู่ภายใต้การจับตามอง

แม้ว่าความร่วมมือระหว่าง เดอ บรอยน์ และ ลูกากู จะเคยเป็นสัญลักษณ์ของยุคทองของเบลเยียม แต่ในตอนนี้เริ่มมีคำถามว่าความสัมพันธ์ในสนามของทั้งคู่ยังคงมีประสิทธิภาพในระดับสูงสุดหรือไม่ ลูกากู ได้ลงเป็นตัวจริงในเกมที่เสมออิหร่าน 0-0 แต่ไม่สามารถทำประตูได้ ทำให้มีเสียงเรียกร้องให้ ชาร์ลส์ เดอ เคเตลาเอเร่ กลับมามีชื่อในผู้เล่นตัวจริงอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เดอ บรอยน์ ยืนยันว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวต้องถูกวางไว้เบื้องหลังเป้าหมายร่วมกันของทีม “ทุกคนรู้ดีว่าผมกับลูกากูสนิทกันมากแค่ไหนมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้คือเวลาที่เราต้องโฟกัสกับทีมก่อน” มิดฟิลด์รายนี้กล่าวปิดท้าย “เรายังไม่ถึงระดับที่ควรจะเป็น แต่เราสามารถเป็นได้แน่นอน”

เกมชี้ชะตากับนิวซีแลนด์

สำหรับทีมของ การ์เซีย สมการตอนนี้ชัดเจน — พวกเขาจำเป็นต้องเอาชนะ นิวซีแลนด์ ในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มให้ได้ เพื่อการันตีการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ซึ่งจะไม่ใช่งานง่าย เพราะทีมจะไม่มี นาธาน อันกอย กองหลังจาก ลีลล์ ที่ถูกแบนจากการแข่งขันที่สนามบีซี เพลส ในเมืองแวนคูเวอร์ ขณะที่ทีม “ออล ไวท์ส” อยู่อันดับสุดท้ายของกลุ่มแต่ก็แสดงให้เห็นถึงสปิริตในเกมที่เสมอกับอิหร่าน 2-2

แรงกดดันตกอยู่ที่ทีมจากยุโรปอย่างเต็มที่ เพื่อหลีกเลี่ยงการซ้ำรอยฝันร้ายในปี 2022 ที่พวกเขาตกรอบก่อนถึงรอบน็อกเอาต์ โดยในตอนนี้อียิปต์เป็นผู้นำกลุ่มจี และเบลเยียมไม่สามารถทำ “ความผิดพลาดง่าย ๆ” ได้อีก หากพวกเขายังต้องการรักษาความหวังในการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก ซึ่งน่าจะเป็นทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติครั้งสุดท้ายของเหล่าดาวดังในยุคนี้

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.