สเปนเฉือนอุรุกวัย 1-0 จากประตูของอาเล็กซ์ บาเอนา เข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2026 ในฐานะแชมป์กลุ่ม เอช ขณะที่อุรุกวัยตกรอบ
Aurora Nightingale June 27, 2026 01:02 PM

ทีมชาติสเปนการันตีการผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2026 ในฐานะแชมป์กลุ่มเอช หลังเฉือนเอาชนะทีมชาติอุรุกวัยไปได้อย่างยากลำบาก 1-0 ที่สนามกวาดาลาฮารา สเตเดียม โดยอาเล็กซ์ บาเอนา เป็นผู้ยิงประตูชัยเพียงลูกเดียวของเกมนี้ แชมป์ยุโรปทีมล่าสุดแม้จะไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด แต่พวกเขาอาศัยความผิดพลาดสำคัญในครึ่งแรกของคู่แข่ง และรักษาระเบียบเกมรับอย่างยอดเยี่ยมจนจบด้วยการเก็บ 7 คะแนน คว้าอันดับหนึ่งของกลุ่มได้สำเร็จ

สำหรับทีมชาติอุรุกวัย ถือเป็นบทสรุปที่น่าผิดหวังของทัวร์นาเมนต์ หลังทีมของมาร์เซโล บิเอลซา ไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งได้ตลอดการแข่งขัน พวกเขาจำเป็นต้องชนะในเกมนี้เพื่อการันตีการผ่านเข้ารอบ หลังจากเสมอสองนัดติดต่อกันกับซาอุดีอาระเบียและเคปเวิร์ด แต่การจบสกอร์ที่ไร้ประสิทธิภาพอีกครั้งทำให้ “ลา เซเลสเต” ต้องตกรอบไปด้วยเพียง 2 คะแนนจากสามนัด

บาเอนายิงลงโทษความผิดพลาดของมุสเลรา ก่อนหมดครึ่งแรก

ก่อนเริ่มเกม สเปนรู้ดีว่าเพียงผลเสมอก็เพียงพอที่จะคว้าแชมป์กลุ่ม ส่วนอุรุกวัยต้องชนะเท่านั้นเพื่ออยู่รอดตามเงื่อนไข พอเริ่มเกม ทีมของหลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ ครองบอลได้เหนือกว่าชัดเจน โดยจบเกมด้วยการครองบอล 68% และจ่ายบอลสำเร็จถึง 91% แต่แนวรับที่เหนียวแน่นของอุรุกวัยทำให้พวกเขาแทบไม่มีโอกาสจบสกอร์ชัดเจน

ประตูเบิกร่องและเป็นประตูเดียวของเกมมาถึงในนาทีที่ 42 จากการบุกทางขวาของสเปน มาร์กอส ยอเรนเต้ เปิดบอลดูเหมือนธรรมดาเข้าเขตโทษ แต่บอลกระดอนชนพื้นทำให้เฟร์นันโด มุสเลรา ผู้รักษาประตูตัวเก๋าของอุรุกวัยจับบอลพลาด บอลหลุดจากมือและอาเล็กซ์ บาเอนารีบซ้ำเข้าไปไม่เหลือ ให้สเปนนำ 1-0 ซึ่งกลายเป็นจังหวะชี้ขาดของเกม และมุสเลราไม่สามารถเรียกความมั่นใจกลับมาได้ ทำให้บิเอลซาตัดสินใจเปลี่ยนเอาเซร์คิโอ โรเชต์ ลงมาแทนในช่วงพักครึ่ง

สถานการณ์ของอุรุกวัยยิ่งแย่ลงอีกเมื่อมิดฟิลด์ตัวรับ มานูเอล อูการ์เต ได้รับบาดเจ็บและต้องถูกหามออกในนาทีที่ 44 ส่งผลให้สมดุลของทีมที่พยายามควบคุมเกมตรงกลางสนามยิ่งเสียไป

สเปนครองเกม ขณะที่อุรุกวัยหาทางเจาะไม่เข้า

แม้ว่าสเปนจะครองพื้นที่ในสนามได้มากกว่า แต่อุรุกวัยกลับมีจำนวนยิงมากกว่าหนึ่งครั้ง โดยมีโอกาสยิง 6 ครั้งเทียบกับของสเปน 5 ครั้ง และบังคับให้อูไน ซิม่อน ต้องเซฟถึงสองจังหวะ ส่วนโรเชต์ของอุรุกวัยต้องออกแรงเซฟเพียงครั้งเดียว

ลามีน ยามาล ยังเป็นตัวสร้างสรรค์เกมหลักให้สเปนจากฝั่งขวา แม้จะถูกแนวรับอุรุกวัยตามประกบอย่างใกล้ชิด ปีกดาวรุ่งรายนี้โชว์ความสามารถเฉพาะตัวในนาทีที่ 65 เมื่อเลี้ยงหลบแนวรับก่อนเปิดให้ดานี โอลโม่ได้ยิงโล่งๆ แต่เจ้าตัวยิงข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

ความพยายามของอุรุกวัยในการหยุดยามาลอย่างเข้มข้นทำให้ฆวน มานูเอล ซานาเบรียถูกใบเหลืองในนาทีที่ 53 หลังเข้าสกัดดาวรุ่งจากบาร์เซโลนาอย่างหนัก เพื่อบริหารทั้งสกอร์และความฟิตของนักเตะก่อนรอบน็อกเอาต์ เด ลา ฟวนเต้จึงเปลี่ยนยามาลออกในนาทีที่ 76 ให้ นิโก วิลเลียมส์ ลงสนามแทน

แผนการเล่นของบิเอลซาวางให้เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ป้อนบอลไปยังดาร์วิน นูนเญซให้เร็วที่สุด แต่แดนกลางของสเปนตัดทางได้ดี ทำให้ทั้งคู่ไม่มีพื้นที่สร้างเกม นูนเญซต้องถอยต่ำหรือออกไปด้านข้างเพื่อหาบอล และมีเพียงจังหวะยิงไกลในนาทีที่ 39 ที่หลุดกรอบออกไป ส่วนบัลเบร์เด้เริ่มแสดงความหงุดหงิดมากขึ้นก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 56 ให้เฟเดริโก้ บิญญัสลงแทน โดยเจ้าตัวเดินออกจากสนามพร้อมดึงเสื้อคลุมหน้าด้วยอารมณ์เสีย

อุรุกวัยพยายามฮึดท้ายเกมแต่สเปนยังนิ่ง

แม้จะครองบอลได้ไม่ดีนัก แต่อุรุกวัยกลับมีโอกาสทำประตูที่ชัดเจนกว่า โดยในช่วงทดเวลาครึ่งแรก โรนัลด์ อเราโฆ ได้จังหวะยิงในกรอบเขตโทษหลังลูกเตะมุม แต่ซิม่อนพุ่งปัดได้อย่างยอดเยี่ยมรักษาสกอร์นำไว้ได้

ครึ่งหลังอุรุกวัยยังพยายามบุกกดดัน โดยเฉพาะการขึ้นเกมทางริมเส้น แต่ลูกสุดท้ายยังขาดความแม่นยำ นิโกลัส เด ลา ครูซ ทดลองยิงไกลช่วงท้ายเกม ซึ่งซิม่อนรับกระฉอกในจังหวะแรกก่อนตามเก็บได้ทัน

เกมเริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อทั้งสองทีมทำฟาวล์รวมกันถึง 28 ครั้งเท่ากันทีมละ 14 ครั้ง อุรุกวัยโดนใบเหลืองสามใบจากซานาเบรีย เฟเดริโก้ วาเรลา และเด ลา ครูซ ส่วนสเปนได้ใบเหลืองเดียวจากผู้ทำประตู บาเอนา

จุดพีคของความตึงเครียดเกิดขึ้นในนาทีที่ 90 เมื่อดานี โอลโม่ และเฟเดริโก้ บิญญัส ปะทะกันในเขตโทษของสเปน นักเตะอุรุกวัยรุมประท้วงเรียกจุดโทษแต่ผู้ตัดสินปฏิเสธ พร้อมแจกใบเหลืองให้เด ลา ครูซจากการประท้วงหนัก สถานการณ์ของอุรุกวัยยิ่งเลวร้ายเมื่อช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อากุสติน คาโนบิโอ ถูกใบแดงโดยตรงจากการเข้าปะทะรุนแรง ปิดฉากการเดินทางในฟุตบอลโลกครั้งนี้ของพวกเขาอย่างน่าผิดหวัง

สเปนจบแชมป์กลุ่ม อุรุกวัยร่วงตกรอบ

สเปนจบการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มโดยไม่แพ้ใคร เปิดสนามด้วยการเสมอกับเคปเวิร์ด ก่อนคว้าชัยเหนือซาอุดีอาระเบียและอุรุกวัย เก็บได้ 7 คะแนน เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มเอช

ตารางคะแนนสุดท้าย สเปนครองอันดับหนึ่งมี 7 คะแนน ตามมาด้วยเคปเวิร์ด 3 คะแนนที่ผ่านเข้ารอบในฐานะอันดับสอง ส่วนอุรุกวัยมีเพียง 2 คะแนนอยู่อันดับสามตกรอบ เช่นเดียวกับซาอุดีอาระเบียที่มี 2 คะแนนแต่ผลต่างประตูได้เสียน้อยกว่า

สำหรับสเปน พวกเขาจะเดินหน้าต่อสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายด้วยความมั่นใจจากแนวรับที่แข็งแกร่งและเสียประตูน้อยตลอดรอบแบ่งกลุ่ม ส่วนอุรุกวัยต้องยุติเส้นทางในเวิลด์คัพครั้งนี้ด้วยความผิดหวัง แม้จะมีขุมกำลังมากพรสวรรค์แต่ไม่สามารถเปลี่ยนการครองบอลและเกมรุกที่ตั้งใจไว้ให้กลายเป็นชัยชนะได้

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.