คีเลียน เอ็มบัปเป้ ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสไม่ปล่อยให้สิ่งใดมารบกวนสมาธิ แม้นักเตะของปารากวัยจะพยายามขูดทำลายพื้นจุดโทษก่อนที่เขาจะสังหารลูกจุดโทษสำคัญ เอ็มบัปเป้ยิงเข้าอย่างมั่นใจ ทำประตูขึ้นไปทาบ ลิโอเนล เมสซี ในการลุ้นรางวัลรองเท้าทองคำ และฉลองต่อหน้าแข้งคู่แข่ง หลังจากที่ฝรั่งเศสผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ
เอ็มบัปเป้ยังคงนิ่งแม้เกิดประเด็นดราม่าที่จุดโทษ
กองหน้าจากเรอัล มาดริดรายนี้ยังคงเป็นฮีโร่ของฝรั่งเศสในช่วงเวลาสำคัญ โดยยิงจุดโทษในนาทีที่ 70 หลังจาก เดซิเร ดูเอ ถูกทำฟาวล์ในเขตโทษ ก่อนการยิง นักเตะปารากวัยบางรายพยายามขูดพื้นจุดโทษเพื่อรบกวนสมาธิของเอ็มบัปเป้
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นั้นไม่เป็นผล เอ็มบัปเป้ยิงประตูที่ 7 ในทัวร์นาเมนต์นี้ได้สำเร็จ ขึ้นไปเท่ากับเมสซีในตารางคะแนนรองเท้าทองคำ จากนั้นเขาฉลองประตูต่อหน้าแข้งปารากวัย หลังจากฝรั่งเศสเฉือนชนะ 1-0 ในสภาพอากาศร้อนจัดที่เมืองฟิลาเดลเฟีย
ดีดีเยร์ เดส์ช็องส์ วิจารณ์แนวทางการเล่นของปารากวัย
ดีดีเยร์ เดส์ช็องส์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติฝรั่งเศส กล่าวชื่นชมลูกทีมของเขาที่สามารถรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ หลังจากต้องเจอกับเกมที่เข้าปะทะหนักและเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่สนามลินคอล์น ไฟแนนเชียล ฟิลด์ เขารู้สึกว่าปารากวัยพึ่งพาการเล่นที่เต็มไปด้วยความดุดันและเล่ห์เหลี่ยมตลอดทั้งเกม
เดส์ช็องส์กล่าวกับสื่อ M6 ว่า “มันไม่ง่ายเลย พวกเขาใช้ทุกวิธีที่เป็นไปได้ บางทีนี่อาจไม่ใช่ฟุตบอลที่ทำให้ผู้คนอยากเข้ามาชมในสนาม กับการเล่นที่มีความก้าวร้าวและการแสดงเกินจริงในทุกจังหวะ”
เขากล่าวเพิ่มเติมในงานแถลงข่าวว่า “ผมจะไม่วิจารณ์ผู้ตัดสิน แต่เราจบเกมด้วยใบเหลืองสามใบ ทั้งที่มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้น ผมจะไม่ตำหนิปารากวัย ทุกทีมมีสิทธิ์เล่นในแบบที่ต้องการ แต่ผมไม่ชอบการด่าทอกัน สิ่งสำคัญคือไม่มีเหตุการณ์รุนแรงหลังจบเกม และที่สำคัญที่สุดคือเราผ่านเข้ารอบแล้ว”
ฝรั่งเศสเจอศึกหนักต่อไปกับโมร็อกโก
ฝรั่งเศสจะพบกับทีมชาติโมร็อกโกในรอบก่อนรองชนะเลิศที่เมืองฟ็อกซ์โบโรห์ ซึ่งเป็นการพบกันอีกครั้งหลังจากรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022 โดยคีเลียน เอ็มบัปเป้จะยังคงเป็นกำลังหลักในแนวรุกของ “เลส์ เบลอส์” ที่ตั้งเป้าคว้าแชมป์โลกอีกสมัย