เบรก! พ.ร.บ.SEC-แลนด์บริดจ์ จับตาแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้
GH News July 05, 2026 10:14 PM

แม้รัฐบาลประกาศชะลอโครงการแลนด์บริดจ์ (ชุมพร-ระนอง) อย่างเป็นทางการ พร้อมยุติการเสนอร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ พ.ศ. …. (Southern Economic Corridor : SEC) เข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแล้ว โดยที่ประชุมเห็นชอบให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อจัดทำแผนการพัฒนาภาคใต้ โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมทำงานร่วมกับกลุ่มศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch ) นำโดยนายประสิทธิชัย หนูนวล ประธาน SEC Watch  ซึ่งเป็นการถอยและเปิดทางให้คณะกรรมการร่วม  3 ฝ่าย ระหว่างภาครัฐและตัวแทนภาคประชาชน ทบทวนและร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาภาคใต้ใหม่ทั้งหมด 

ถือเป็นชัยชนะก้าวสำคัญของการบรรลุข้อเรียกร้อง 5 ข้อของเครือข่ายประชาชนหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน ประกอบด้วย ยุติการผลักดันกฎหมาย SEC ยุติโครงการแลนด์บริดจ์ ทบทวนและยกเลิกแผนการพัฒนาภาคใต้ฉบับใหม่ ชดเชยผลกระทบที่เกิดจากการถมทะเลให้แก่ชาวประมงพื้นบ้านในจังหวัดระยอง และยุติการขยายพื้นที่ EEC ไปยังจังหวัดปราจีนบุรี

ขณะที่ความเคลื่อนไหวคณะกรรมการศึกษาแลนด์บริดจ์ นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)  ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 คณะกรรมการศึกษาแลนด์บริดจ์ที่แต่งตั้งขึ้น ลงพื้นที่ครั้งแรกที่ จ.ระนอง เมื่อวันที่ 3-4 ก.ค.นี้ เพื่อสำรวจพื้นที่อุทยานแห่งชาติแหลมสน บริเวณใกล้กับที่ตั้งโครงการท่าเทียบเรือ ซึ่งเป็นจุดก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกแลนด์บริดจ์ฝั่งอันดามันชุมพร-ระนอง ถูกกำหนดไว้ที่แหลมอ่าวอ่าง ต.ทรายแดง อ.เมืองระนอง พื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ติดและคาบเกี่ยวกับแนวเขตพื้นที่อนุรักษ์ของอุทยานแห่งชาติแหลมสน ซึ่งจะมีการถมทะเลเพื่อพัฒนากิจการและพื้นที่ท่าเทียบเรือร่วมด้วย

 นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้สำรวจพื้นที่บริเวณอ่าวเคย  เป็นจุดเดียวที่สามารถเห็นโครงการได้จากบนฝั่งและมีหมู่บ้านประมงพื้นที่ท่าเรือระนอง ต.ปากน้ำ อ.ระนอง เป็นท่าเรือที่ยังเปิดดำเนินการในปัจจุบันและเป็นท่าเรือที่ใช้ขนถ่ายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างไปยังพื้นที่ถมทะเล  รวมถึงสำรวจพื้นที่ กม. 82 + 200 เป็นจุดที่โครงการมอเตอร์เวย์และรถไฟยกระดับข้าม บริเวณ ทล.4 และข้ามป่าชายเลน ก่อนเชื่อมต่อไปยังโครงการท่าเรือ

อีกจุดเป็นพื้นที่ช่วง กม.77 – 79 บ้านห้วยปลิง ต.ราชกรูด อ.เมืองระนอง ปัจจุบันเป็นพื้นที่เกษตรและชุมชนที่ต้องมีการเวนคืนเพื่อก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟ  ตามด้วยสำรวจพื้นที่ กม. 61 + 000 บริเวณ อบต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร เป็นจุดเริ่มต้นการก่อสร้างอุโมงค์ ตัวที่ 8 (ความยาว 8 กิโลเมตร) โดยจะนำข้อมูลจากการสำรวจในพื้นที่รวบรวมส่งให้คณะกรรมการชุดใหญ่รับทราบรายละเอียดต่อไป     แน่นอนว่า เครือข่ายกลุ่มศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ และชุมชนในพื้นที่ต่างคาดหวังให้ในรายงานสำรวจครบคลุมประเด็นผลกระทบและข้อเท็จจริงจากการลงพื้นที่ดังกล่าว

ปฏิเสธไม่ได้ว่า บทเรียนจากระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ( ECC ) ที่แลกมาด้วยผลกระทบสิ่งแวดล้อม ความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศและวิถีชีวิตของชุมชน ถูกหยิบยกขึ้นมาใช้ส่งสัญญาณเตือนควบคู่กับความวิตกกังวลในพื้นที่ภาคใต้หากมีการโครงการพัฒนาขนาดใหญ่  ทำให้ร่าง พ.ร.บ SEC ถูกต่อต้านและเรียกร้องให้หยุดกฎหมายขายชาติ ขายทรัพยากรธรรมชาติ  รวมถึงหยุดยั้งโครงการแลนด์บริดจ์ก่อนหายนะเกิดขึ้นที่ด้ามขวาน

ดร.สมนึก จงมีวศิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย EEC Watch กล่าวว่า การพัฒนาภาคตะวันออกมีปัญหาปิดโรงงานและลดการจ้างงานเพื่อค่าแรงเพิ่มขึ้น และขาดนวัตกรรมของตัวเอง ต่างชาติจึงย้ายฐานการผลิต ไปในประเทศที่มีศูนย์การวิจัยและพัฒนา ไทยเป็นมือปืนรับจ้าง จนมาถึงยุค EEC ให้ BOI สูงกว่าเดิมจาก 8 ปี เป็น 13 ปี  จนมีกฎหมายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มาพร้อมคำสั่ง คสช. เกิด  พ.ร.บ.EEC  ยกเว้นภาษีนิติบุคคล 15 ปี  ทำให้โรงงานต่างๆ เข้าในพื้นที่  ตามกฎหมายสามารถจ้างแรงงานของประเทศตนเองได้ ทำให้ไม่จ้างงานคนไทยถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่างอาชีพสงวน อย่างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 

ปัจจุบันประเทศที่เข้ามามากที่สุดในเขต EEC เป็นประเทศจีน  ฮ่องกง ไต้หวัน สิงค์โปร แรงงานระดับสูงใช้คนของประเทศตนเอง เข้ามาในตำแหน่ง เช่นเดียวกับแรงงานระดับกลาง   ส่วนระดับล่างเป็นแรงงานข้ามชาติทั้งหมด  ส่วนเขตส่งเสริม EEC นิคมที่ตั้งขึ้นมาไม่มีการถ่ายทอดนวัตกรรมให้คนไทย ยังไม่พอมาประกอบรถที่ไทย ซึ่งไม่ใช้ทักษะสูง ใช้แรงงานระดับล่าง เป็นแรงงานข้ามชาติเพราะจ้างถูกกว่าแรงงานไทย

“ EEC ทุนที่เคยอยู่อย่างญี่ปุ่น แคนาดา อเมริกา เริ่มไม่อยู่ เพราะจีนซื้อบริษัทจีนเท่านั้น  รถยนต์จีน 1 บริษัท    มาพร้อม 20 บริษัทจีน  มีงานวิจัยรับรองชัดเจน แรงงานไทยจะไปอยู่ตรงไหน เกิดกลียุค คำถามอย่างนี้เรียกความเจริญมั้ย  คำถามต่อมาโครงการเมกะโปรเจ็กว์ต่างๆ มีอะไรเสร็จแล้วบ้าง  ท่าเรือแหลมฉบังยังถมทะเลไม่เสร็จ ต้องใช้เวลาถมเพิ่มอีก 400 กว่าวัน ท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 ระยะ1 ถมแล้ว  มีคนมาสร้าง 1 จุด อีก 2 จุดยังประมูล ไม่มีใครเอา ถมฟรีหรือเปล่า  ชาวระยองยังไม่ได้รับเงินเยียวยา  รถไฟความเร็วสูงวิ่งจากดอนเมือง ไปสุวรรณภูมิ ผ่านฉะเชิงเทรา  ไปชลบุรี จบที่ระยอง ยังไม่ได้สร้าง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม บอกถ้าไม่ได้ เดี๋ยวประมูลใหม่ อู่ตะเภาเพิ่งจะเริ่มก่อสร้าง และเปลี่ยนแบบใหม่ โดยไม่ต้องทำ EIA  ศูนย์บำรุงรักษาอากาศยานก็ไม่ทำ มันเจริญฮวบๆ แย่ลง  GDP ตั้งแต่ปี 2560-2569 ลดลงฮวบๆ  “ ดร.สมนึก กล่าว

  ประเด็นที่ดิน ผอ.ฝ่ายวิจัย EEC Watch กล่าวว่า  เมื่อไม่มีนักลงทุนใหม่ มีกลุ่มเดียวเกิดการควบคุมระบบ และขยายตัวสู่พื้นที่อื่นๆ เกิดการซื้อขายที่ดิน EEC มาราคาที่ดินขึ้น 100%  ที่ดินตกอยู่ในกลุ่มคนมีเงิน เพื่อพัฒนาที่ดินเป็นอุตสาหกรรม จีนไม่จำเป็นต้องเช่า หรือเช่าที่ราชพัสดุ สปก. ซึ่งพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายได้   ตอนนี้จีนเทาเหิมเกริมไปตั้งที่อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมหาโพธิ  จ.ปราจีนบุรี จีนที่มาลงทุนไทย เป็นอุตสาหกรรมที่จีนเขี่ยออกมา เลือกประเทศไทย เพราะกฎหมายไทยอ่อนแอ ที่ดินหาซื้อได้ง่าย สีเขียว สก ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมได้ สีเหลืองไข่ไก่ ตั้งนิคมอุตสาหกรรมได้ หากยังเป็นแบบนี้ ผังเมืองควรระบายสีม่วงไปทั้ง 3 จังหวัดเลย การขยายพื้นที่ EEC ไปยังจังหวัดปราจีนบุรีจะทำก็ต่อเมื่อปรับปรุง EEC จนสำเร็จ แก้ปัญหาที่รุมเร้าได้

“ ความเจริญต้องไม่เบียดเบียนภาคเกษตรกรรม ภาคท่องเที่ยวบริการ ไม่เบียดเบียนชุมชนท้องถิ่น ไม่เบียดเบียนอุปโภคบริโภค  ถ้าเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม สุขภาพ แย่งชิงทรัพยากร ไม่เรียกความเจริญ ภาคตะวันออกคนตกงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  เพราะไม่ต้องการจ้างคนไทย และสามารถเก็บความลับของระบบอุตสาหกรรม แผ่นดินไทยกลายเป็นที่ทำงานต่างชาติ  อีกประเด็นใหญ่ ที่ดินตกในมือเอกชน เฉพาะเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ทั้งนิคม โรงงานข้างนอก ราว 1.5 แสนไร่ กลายเป็นเขตส่งเสริม และยังมีพื้นที่เพิ่มรอคณะรัฐมนตรีอนุมติ   พอน้ำมันรั่ว EEC บอกไม่เกี่ยว ขยะปราจีนบุรี บอกไม่เกี่ยว ถามว่ากากอุตสาหกรรมจากเขตส่งเสริมไปไหน  มันไปทิ้งตรงไหน  แล้วจะพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้    “  ดร.สมนึก ย้ำ

ประสิทธิชัย หนูนวล ประธาน SEC Watch กล่าวว่า การคัดค้าน พ.ร.บ.SEC และแลนด์บริดจ์ เพราะกระทบชีวิตชาวประมง สูญเสียอาชีพไปตลอดชีวิต บทเรียน EEC ชัดเจนมากภาคใต้จะหายนะอย่างไร หากใช้โมเดลการพัฒนาพื้นที่แบบนี้ เราหยุดกฎหมาย SEC ที่มีการรับฟังความคิดเห็นเสร็จแล้ว ยกเลิกแลนด์บริดจ์ เราจะร่วมเขียนแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่ ถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกำหนดอนาคต ไม่ให้ผู้มีอำนาจชี้ แล้ว ประชาชนต้องรับกรรม  จะต้องให้คณะกรรมการร่วมพัฒนาภาคใต้ชี้ให้ชัดเจนใน 14 จังหวัดภาคใต้ ต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด ข้อเรียกร้องที่ได้รับการตอบสนอง เราชนะเพื่อรักษาอธิปไตย

“ แลนด์บริดจ์ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ทันที่ขุดคลอง เช้าสหรัฐจะมาจองท่าเรือที่อ่าวไทย จีนมาจองท่าเรืออันดามัน แล้วญี่ปุ่นจะถามว่าไม่ให้เหรอ จะกลายเป็นพื้นที่แห่งความขัดแย้ง มหาวิปโยคด้านสิ่งแวดล้อมจะเกิดขึ้น นักวิชาการย้ำจะกัดเซาะชายฝั่งรุนแรง ชาติมหาอำนาจต้องการมากกว่าแลนด์บริดจ์ เพราะต้องการยุทธศาสตร์ความมั่นคงระหว่างมหาสมุทร อย่าหยิบยื่นความมั่นคงของชาติ ให้กลายเป็นความเปราะบางของชาติทุกมิติ  การเขียนแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่  เกษตร 2.4 ล้านคน ท่องเที่ยว 2.1 ล้านคน อุตสาหกรรม 7-8 แสนล้านคนที่ทำงานอยู่ จะพัฒนาอย่างไร เป็นโจทย์ที่ประชาชนภาคใต้ร่วมกำหนดภายใต้กระบวนการและกลไกที่ถูกต้อง โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ภาคใต้ไม่จำเป็นเลย  “ ประสิทธิชัยมองแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้กำหนดชะตากรรม

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.