ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล วันนี้ (14 ก.ค.69) นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นายวัชระพล ขาวขำ มาเจรจากับผู้แทนชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยประธานสหกรณ์โคนม 60 แห่งทั่วประเทศ และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกว่า 2,000 ครอบครัว เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล

ผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ กำลังเจรจากับม็อบโคนม
เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย มายื่นข้อเสนอกับนายอนุทิน ชาญวีระกุล นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยกดดันปิดถนนเพื่อให้รัฐบาลแก้ไข ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดเกิดขึ้นหลังการบังคับใช้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) และไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ส่งผลให้มีการนำเข้านมผงจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรขายน้ำนมดิบไม่ได้ ราคาน้ำนมดิบปรับลดลง สหกรณ์โคนมมีสภาพคล่องลดลง และเกิดปัญหาหนี้ค้างชำระกับเกษตรกรและสถาบันการเงิน อีกทั้งผู้ประกอบการอุตสาหกรรมบางแห่งลดการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทย
เปิดข้อเรียกร้อง
ทั้งนี้ ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทยได้เสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 4 ประการ ได้แก่
1.ขอชะลอการพิจารณานำเข้านมผงขาดมันเนย ประจำปี 2569 (งวดที่ 2) ภายใต้ข้อตกลง TNZCEP, TAFTA และพันธกรณี WTO จนกว่าน้ำนมดิบของเกษตรกรไทยตามข้อตกลง MOU ปี 2568/2569 ปริมาณ 211 ตันต่อวัน จะสามารถจำหน่ายได้ครบทั้งหมด พร้อมขอให้เร่งจัดทำข้อตกลงรับซื้อน้ำนมดิบ MOU ปี 2569/2570 ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2569 โดยกำหนดราคารับซื้อเดียวกันทั่วประเทศ
2.ขอขยายโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ปีการศึกษา 2570 ให้เด็กนักเรียนได้รับสิทธิ์ดื่มนมตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 และเพิ่มวันดื่มนมจาก 260 วันต่อปี เป็น 365 วันต่อปี เพื่อยกระดับโภชนาการเด็กไทยและสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมนมไทย
3.ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาผู้ประกอบการค้างชำระค่าน้ำนมดิบ แก่เกษตรกร โดยเฉพาะกรณีองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ผู้ประกอบการภาคเอกชน พร้อมกำหนดมาตรการเร่งรัดติดตามและคุ้มครองสิทธิของเกษตรกรให้ได้รับเงินค่าน้ำนมดิบโดยเร็ว
4.ขอปรับปรุงหลักเกณฑ์การแสดงฉลากผลิตภัณฑ์นม ให้แยกประเภทอย่างชัดเจนระหว่างผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจาก "นมโคสด (Fresh Milk)" ซึ่งใช้น้ำนมดิบจากเกษตรกรไทย กับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจาก "นมผงนำเข้าจากต่างประเทศ" เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนวัตถุดิบจากเกษตรกรไทย
อย่างไรก็ดี ผลการเจรจา จะสรุปอย่างไร “ฐานเศรษฐกิจ” จะรายงานความคืบหน้าต่อไป