เปิดประวัติ “เจ้าคุณฌอน” สร้างประวัติศาสตร์ ขึ้นแท่นสมเด็จพระราชาคณะ พระต่างชาติรูปแรกของไทย
GH News July 14, 2026 06:13 PM

เปิดประวัติ พระพรหมพัชรญาณมุนี (พระอาจารย์ชยสาโร) ได้รับโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นับเป็นพระต่างชาติรูปแรกในประวัติศาสตร์คณะสงฆ์ไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนาสมณศักดิ์สมเด็จพระราชาคณะ รวม 8 รูป เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 โดยหนึ่งในนั้นคือ พระพรหมพัชรญาณมุนี แห่งสถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้รับสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี ศรีวิปัสสนาภาวนาโภศล โสภณธรรมานุสิฐ วิจิตรธรรมปฏิภาณ ไพศาลวิเทศกิจธาดา สุสีลาจารวัตรสุนทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป ถือเป็นพระสงฆ์ชาวต่างชาติรูปแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะในคณะสงฆ์ไทย

พระพรหมพัชรญาณมุนี หรือที่รู้จักกันในนาม “พระอาจารย์ชยสาโร” มีชื่อเดิมว่า ฌอน ไมเคิล ชิเวอร์ตัน เกิดที่เกาะไอล์ออฟไวท์ ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 2501 ในวัยเด็กท่านมีสุขภาพไม่แข็งแรง มีอาการหอบหืดจนต้องหยุดเรียนบ่อยครั้ง แต่ก็ใช้เวลาศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองและมีผลการเรียนที่ดี จนกระทั่งได้อ่านคำสอนของพระพุทธเจ้าและเกิดความเลื่อมใสศรัทธาตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น

ในปี 2521 ท่านเดินทางไปฝึกปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์สุเมโธ (ปัจจุบันดำรงสมณศักดิ์ที่พระพรหมวชิรญาณ) ที่ประเทศอังกฤษ ก่อนเดินทางมาประเทศไทยและฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงพ่อชา (พระโพธิญาณเถร) ที่วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี ท่านบรรพชาเป็นสามเณรในปี 2523 และอุปสมบทในวันที่ 3 มิถุนายนปีเดียวกัน โดยมีหลวงพ่อชาเป็นพระอุปัชฌาย์

หลังครบการฝึกเป็นพระนวกะ 5 พรรษา ท่านออกธุดงค์และปลีกวิเวก ก่อนเดินทางกลับจังหวัดอุบลราชธานีในปี 2529 และรับหน้าที่รองเจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติ ในช่วงเวลานั้นท่านได้รับความไว้วางใจจากคณะสงฆ์อาวุโสให้เรียบเรียงชีวประวัติของหลวงพ่อชา ซึ่งใช้ชื่อผลงานว่า “อุปลมณี” และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติจนถึงสิ้นปี 2545 ก่อนย้ายมาปฏิบัติธรรมที่อาศรมชนะมาร อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่ต้นปี 2546

พระอาจารย์ชยสาโรเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากผลงานเขียนธรรมะทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษจำนวนมาก หนึ่งในผลงานสำคัญคือ “Stillness Flowing” ซึ่งบันทึกชีวประวัติและคำสอนของหลวงพ่อชาอย่างละเอียด นอกจากนี้ท่านยังมีบทบาทในการนำหลักพุทธธรรมไปปรับใช้ในระบบการศึกษาผ่านโรงเรียนวิถีพุทธ

ด้านสมณศักดิ์ ท่านได้รับพระราชทานปริญญาเอกกิตติมศักดิ์สาขาธรรมนิเทศจากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในปี 2554 จากนั้นได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ “พระราชพัชรมานิต” ในปี 2562 เลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ “พระเทพพัชรญาณมุนี” ในปี 2563 พร้อมได้รับพระราชทานสัญชาติไทยในปีเดียวกัน โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตโต) เป็นผู้ตั้งนามสกุลภาษาไทยให้ว่า “โพธานุวัตน์” ต่อมาในปี 2564 เลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ “พระธรรมพัชรญาณมุนี” และในปี 2567 ได้รับสถาปนาเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่ “พระพรหมพัชรญาณมุนี” ก่อนจะได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะในปี 2569 นี้

ปัจจุบันพระอาจารย์ชยสาโรยังคงพำนักและปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ตามที่จารึกไว้ในสุพรรณบัฏ

อ่านข่าวน่าสนใจเพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • Thairath
  • เดลินิวส์
  • Panyaprateep Foundation
  • Royal Thai Embassy STOKHOLM
  • ราชกิจจานุเบกษา
ข่าวล่าสุด
© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.