การตกรอบฟุตบอลโลกของทีมชาติโครเอเชียยังคงเป็นประเด็นร้อน หลังสมาคมฟุตบอลโครเอเชียเปิดเผยว่ายังไม่ได้รับคำตอบจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เกี่ยวกับคำร้องขอให้เปิดเผยเสียงสื่อสารของทีม VAR ในเหตุการณ์ที่ถูกมองว่าเป็นการตัดสินที่ขัดแย้งที่สุดของทัวร์นาเมนต์นี้ กว่าหนึ่งสัปดาห์หลังจากความพ่ายแพ้ต่อทีมชาติโปรตุเกสในรอบ 32 ทีมสุดท้าย สติเป เปลติโกซา ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของสมาคมฯ ระบุว่ามาริยาน คูสติช ประธานสมาคมฟุตบอลโครเอเชียได้ส่งหนังสือถึงฟีฟ่าอย่างเป็นทางการ เพื่อขอเข้าถึงเสียงสนทนา VAR ที่เกี่ยวข้องกับจังหวะประตูตีเสมอของโยชโก กวาร์ดิโอลในช่วงต่อเวลา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบจากองค์กรลูกหนังโลก
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวกลายเป็นอีกตอนหนึ่งของกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อมาตรฐานการตัดสินและการใช้เทคโนโลยี VAR ในศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังจะมาถึง
ทีมชาติโครเอเชียต้องจบเส้นทางในฟุตบอลโลกอย่างดราม่าหลังแพ้โปรตุเกส 1-2 เมื่อกอนซาโล รามอส ทำประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บให้ทีมโปรตุเกสคว้าชัยในรอบ 32 ทีมสุดท้าย
ลูกทีมของซลัตโก ดาลิชเชื่อว่าพวกเขาทำประตูตีเสมอได้ในนาทีที่ 103 เมื่อโยชโก กวาร์ดิโอลยิงเข้าประตู แต่ความดีใจต้องหยุดลงหลังการตรวจสอบ VAR ที่ยาวนาน
ผู้ตัดสินตัดสินว่าอีกอร์ มาตาโนวิช กองหน้าของทีมได้สัมผัสบอลเพียงเล็กน้อยก่อนที่ลูกจะไปถึงมาริโอ ปาซาลิช ซึ่งทำให้ปาซาลิชอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า และประตูของกวาร์ดิโอลจึงถูกยกเลิกไป
การตัดสินนี้อ้างอิงจากเทคโนโลยี Connected Ball ของฟีฟ่า โดยลูกฟุตบอล Adidas Trionda ที่มีเซ็นเซอร์ภายในตรวจจับได้ถึงการสัมผัสบอลเพียงเล็กน้อย ซึ่งมาตาโนวิชภายหลังอธิบายว่าเป็นเพียง “การโดนผมของเขาเบาๆ เท่านั้น”
แม้โครเอเชียจะยอมรับคำอธิบายทางเทคนิคของฟีฟ่า แต่ก็ยังตั้งคำถามถึงการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวและการดำเนินการของทีม VAR ว่าทำถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่
เปลติโกซาเปิดเผยกับสื่อว่า ประธานสมาคมฯ มาริยาน คูสติช ได้ติดต่อฟีฟ่าอย่างเป็นทางการทันทีหลังจบเกม
“เรามีจุดยืนอย่างเป็นทางการและในวันถัดมาหลังเกมกับโปรตุเกส ประธานคูสติชได้ส่งจดหมายอย่างเข้มงวดถึงฟีฟ่าเพื่อขอเข้าดูการสื่อสารของทีม VAR เกี่ยวกับชิปภายในลูกบอลที่เป็นปัญหา แต่จนถึงตอนนี้เรายังไม่ได้รับคำตอบใดๆ” เปลติโกซากล่าว
ในขณะที่ฟีฟ่ายังคงยืนยันว่าการยกเลิกประตูของโครเอเชียเป็นการตัดสินที่ถูกต้อง โดยในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ฟีฟ่าอธิบายว่าเทคโนโลยี Connected Ball สามารถตรวจจับการสัมผัสของมาตาโนวิชได้ก่อนที่บอลจะถึงปาซาลิช
“จากข้อมูลที่ได้จากเทคโนโลยี Connected Ball ภายในลูกฟุตบอล Adidas Trionda ซึ่งเป็นลูกฟุตบอลอย่างเป็นทางการของฟุตบอลโลก ฟีฟ่ายืนยันได้ว่ามีการสัมผัสบอลโดยอีกอร์ มาตาโนวิชของโครเอเชียในจังหวะก่อนประตูที่ยิงใส่โปรตุเกส ทำให้ผู้ตัดสินสามารถตัดสินได้อย่างถูกต้องว่าล้ำหน้าและยกเลิกประตูดังกล่าว” ฟีฟ่าชี้แจง
องค์กรยังเพิ่มเติมว่าเซ็นเซอร์ชนิด IMU ภายในลูกฟุตบอลสามารถตรวจจับการสัมผัสเพียงเล็กน้อยที่สุดได้ โดยข้อมูลดังกล่าวถูกใช้แสดงต่อผู้ชมผ่านกราฟิก “จังหวะหัวใจ” ที่คุ้นเคยตลอดทัวร์นาเมนต์
แม้ฟีฟ่าจะอธิบายเทคโนโลยีที่ใช้ในการตัดสินแล้ว แต่สมาคมฟุตบอลโครเอเชียยังคงเรียกร้องความโปร่งใส โดยต้องการเข้าถึงบทสนทนาระหว่างผู้ตัดสินในสนามและทีม VAR ระหว่างการตรวจสอบจังหวะดังกล่าว
เปลติโกซายังตั้งคำถามต่อการบริหารจัดการของฟีฟ่าในทัวร์นาเมนต์นี้
“เราทิ้งความรู้สึกด้อยค่าตัวเองเมื่อเจอกับทีมใหญ่ไปแล้ว และผมหวังว่าเราจะไม่ต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ผลการแข่งขันของเราถูกตัดสินด้วยสิ่งอื่นนอกจากฝีมือของเราเองอีกต่อไป” เขากล่าว
เขายังขยายคำวิจารณ์ไปถึงภาพรวมของการแข่งขันในฟุตบอลโลกครั้งนี้
“นี่เป็นครั้งแรกที่ฟีฟ่าไม่ปกป้องฟุตบอล มันเคยมีทั้งช่วงเวลาที่ดีและช่วงมืดมน แต่ฟีฟ่ายังเคยปกป้องเกมนี้เสมอ ผมไม่ได้พูดถึงผู้ตัดสิน เพราะพวกเขาก็ย่อมมีผิดพลาดได้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเกม
แต่การพักดื่มน้ำ การใช้ชิปในลูกฟุตบอล และช่วงพักครึ่งที่ยาวถึง 18 นาทีในเกมโครเอเชีย-อังกฤษ มันเกินไปแล้วจนเกมไม่ได้รับการปกป้องอีกต่อไป ผมประหลาดใจที่คนที่อยู่ในองค์กรและควรจะรับรู้ปัญหาเหล่านี้กลับไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ เลย”
โครเอเชียไม่ใช่ชาติเดียวที่ออกมาวิพากษ์การตัดสินในทัวร์นาเมนต์นี้ หลังจากทีมชาติอียิปต์พ่ายให้กับอาร์เจนตินา 2-3 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย สมาคมฟุตบอลอียิปต์ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อฟีฟ่า โดยกล่าวหาว่าผู้ตัดสินทำ “ความผิดพลาดอย่างชัดเจน” และเรียกร้องให้ปลดผู้ตัดสินรวมถึงทีมงานทั้งหมดออกจากการแข่งขัน
ขณะที่ปิเอร์ลุยจิ คอลลีนา หัวหน้าฝ่ายผู้ตัดสินของฟีฟ่าได้ออกมาปกป้องทีมผู้ตัดสิน โดยกล่าวว่าการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์เกี่ยวกับการตัดสินเป็นเรื่องปกติในฟุตบอล แต่การตั้งข้อกล่าวหาที่กระทบต่อความซื่อสัตย์ของผู้ตัดสินนั้นไม่ควรเกิดขึ้นในวงการนี้
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ฟุตบอลโครเอเชียกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน หลังจากตกรอบฟุตบอลโลก ซลัตโก ดาลิช ได้อำลาตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติ หลังจากพาทีมเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 2018 และคว้าอันดับสามในปี 2022 โดยสลาเวน บิลิช ได้กลับมารับตำแหน่งกุนซือเป็นครั้งที่สอง หลังเคยคุมทีมระหว่างปี 2006 ถึง 2012