การแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า 2026 รอบรองชนะเลิศระหว่างทีมชาติฝรั่งเศสและทีมชาติสเปน กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกฟุตบอลจากหลายเหตุการณ์การตัดสินของผู้ตัดสิน ก่อนที่สเปนจะคว้าชัยชนะ 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แต่หนึ่งในช่วงเวลาที่ไม่คาดคิดที่สุดเกิดขึ้นเพียงนาทีที่ 8 ของเกม เมื่อผู้ตัดสิน อีบัน บาร์ตัน ต้องหยุดการแข่งขันชั่วคราวเพราะลืมอุปกรณ์พื้นฐานอย่างสเปรย์สีขาวที่ใช้กำหนดระยะฟรีคิก
ผู้ตัดสินชาวเอลซัลวาดอร์รายนี้กำลังเตรียมให้สเปนได้ตั้งลูกฟรีคิก ก่อนจะรู้ตัวว่าเขาไม่มีสเปรย์อยู่กับตัว ทำให้เกมต้องหยุดชั่วครู่ ขณะที่ผู้ตัดสินที่สี่ เกล็น นีเบิร์ก วิ่งลงสนามมาเพื่อส่งกระป๋องสเปรย์ให้
แม้การหยุดเกมจะกินเวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่ภาพเหตุการณ์สุดแปลกนี้กลับกลายเป็นไวรัลในสื่อสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็ว และกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นเบาๆ ของค่ำคืนนั้น ก่อนที่การตัดสินในช่วงต่อมาจะถูกพูดถึงในเชิงดราม่ามากกว่า
สเปรย์ที่หายไปของบาร์ตันสร้างความวุ่นวายช่วงต้นเกม
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก อาเดรียง ราบิโอต์ มิดฟิลด์ของฝรั่งเศส เข้าปะทะผิดจังหวะกับ ดานี โอลโม่ ในนาทีที่ 8 ราบิโอต์เหยียบเท้าของกองกลางสเปน ทำให้ทีมเสียฟรีคิกในตำแหน่งอันตรายและถูกใบเหลืองเป็นคนแรกของเกม
ในจังหวะที่บาร์ตันกำลังจะขีดเส้นระยะกำแพงฟรีคิก เขากลับพบว่าตนเองลืมสเปรย์ไว้ข้างสนาม ทำให้ไม่สามารถเริ่มเกมต่อได้ ผู้ตัดสินวัย 35 ปีจึงยิ้มพร้อมวิ่งไปทางเส้นข้าง ก่อนที่เกล็น นีเบิร์ก จะรีบเข้ามามอบสเปรย์ให้เขากลางสนาม
ผู้เล่นทั้งสองทีมต้องยืนรอจนกว่าผู้ตัดสินจะจัดการปัญหานี้เรียบร้อย แล้วค่อยเริ่มเตะฟรีคิกอีกครั้ง เหตุการณ์นี้เรียกเสียงหัวเราะจากผู้บรรยายและแฟนบอลทั่วโลก
อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ คริส ซัตตัน ซึ่งร่วมบรรยายในรายการ BBC Radio 5 Live กล่าวติดตลกว่า “ผู้ตัดสินลืมสเปรย์ของเขา! เอาล่ะ คุณมีแค่สองอย่างที่ต้องจำ — นกหวีดกับสเปรย์!”
อีกหนึ่งคืนที่ผู้ตัดสินตกเป็นจุดสนใจ
แม้เหตุการณ์ลืมสเปรย์จะสร้างรอยยิ้มให้แฟนบอล แต่ผลงานโดยรวมของบาร์ตันในเกมนี้กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในภายหลัง
สเปนได้ประตูขึ้นนำจากจุดโทษของ มิเกล โอยาร์ซาบาล หลังจากบาร์ตันเป่าให้เป็นจุดโทษเมื่อ ลูกัส ดีญ ทำฟาวล์ ลามีน ยามาล ในเขตโทษ แม้คำตัดสินจะถูกถกเถียงกัน แต่ VAR ไม่ได้แทรกแซงและให้ผลคงเดิม
ต่อมาในครึ่งแรก บาร์ตันสร้างความสับสนอีกครั้งเมื่อเป่าให้ฝรั่งเศสได้ฟรีคิกใกล้กรอบเขตโทษ หลังจากตัดสินว่า ฟาเบียน รุยซ์ ทำฟาวล์ อุสมาน เดมเบเล่ แต่หลังจากปรึกษาผู้กำกับเส้น เขากลับคำตัดสินก่อนเริ่มเล่นใหม่ เนื่องจากภาพช้าแสดงให้เห็นว่า รุยซ์ แทบไม่มีการปะทะกับ เดมเบเล่ การเปลี่ยนคำตัดสินนี้ทำให้ทั้งนักเตะและแฟนบอลเกิดความงุนงง หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า VAR เป็นผู้เข้ามาตัดสิน
ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ เฮดโค้ชทีมชาติฝรั่งเศส แสดงความไม่พอใจหลังเกม โดยตั้งคำถามว่าบาร์ตันตัดสินได้ตามมาตรฐานของรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกหรือไม่ พร้อมกล่าวว่า “มันคือการสะสมของหลายสิ่ง” ไม่ใช่เพียงแค่จังหวะจุดโทษเท่านั้น
ผู้ตัดสินมากประสบการณ์กับเส้นทางอาชีพที่ไม่ธรรมดา
อีบัน บาร์ตัน เกิดที่เมืองซานตาอานา ประเทศเอลซัลวาดอร์ เดิมทีเขาเป็นอาจารย์สอนเคมีอินทรีย์หลังจบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์เคมี ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ตัดสินชั้นนำของโซนคอนคาเคฟ
เขาเปิดตัวในศึกฟุตบอลโลกครั้งแรกที่กาตาร์ ปี 2022 และยังคงได้รับความไว้วางใจให้ลงทำหน้าที่ในเกมระดับสูงของทัวร์นาเมนต์ปี 2026 โดยก่อนเกมรอบรองชนะเลิศ เขาเคยทำหน้าที่ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ระหว่าง โคลอมเบีย กับ สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของฟีฟ่าต่อประสบการณ์ของเขา
ก่อนหน้านี้ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ บาร์ตันเคยตกเป็นข่าวดัง หลังกลายเป็นผู้ตัดสินคนแรกที่ไล่นักเตะออกเพราะปิดปากระหว่างการโต้เถียง โดยเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในเกมระหว่าง ปารากวัย กับ ตุรกี เมื่อ มิเกล อัลมีรอน ถูกไล่ออกเพราะปกปิดปากซ้ำๆ ขณะเถียงกับผู้ตัดสิน ซึ่งถือว่าผิดหลักเกณฑ์ความโปร่งใสในการสื่อสารของฟีฟ่า
นอกจากนี้ เขายังเคยได้รับเสียงชื่นชมจากการจัดการสถานการณ์วินัยอย่างเด็ดขาด เช่น การหยุดการแข่งขันเนชันส์ลีกโซนคอนคาเคฟ ปี 2023 ระหว่าง สหรัฐอเมริกา กับ เม็กซิโก เนื่องจากเสียงตะโกนเหยียดเพศจากแฟนบอล
แม้ทีมชาติสเปนจะโชว์ฟอร์มได้อย่างมีวินัยและเอาชนะไปได้ 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก แต่เหตุการณ์ที่บาร์ตันลืมสเปรย์ รวมถึงการตัดสินหลายจังหวะในเกมนี้ ทำให้การทำหน้าที่ของเขายังคงเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของค่ำคืนนั้น