สเปนจองตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ FIFA World Cup 2026 หลังจากเอาชนะฝรั่งเศสไป 2-0 ในรอบรองชนะเลิศเมื่อวันอังคารที่สนาม AT&T Stadium ในเมืองอาร์ลิงตัน สหรัฐอเมริกา
La Roja ขึ้นนำในนาทีที่ 22 เมื่อ Mikel Oyarzabal ยิงจุดโทษเข้าไป ฝรั่งเศสต้องเปลี่ยนตัวตั้งแต่ต้นเกมเพียงเจ็ดนาทีถัดมา หลังจาก William Saliba ได้รับบาดเจ็บ โดย Maxence Lacroix ลงสนามมาแทน สเปนเพิ่มความได้เปรียบเป็นสองประตูในนาทีที่ 58 จากฝีเท้าของ Pedro Porro ปิดฉากชัยชนะได้อย่างน่าจดจำ เกมนี้ตัดสินโดย Iván Barton จากเอลซัลวาดอร์
ฝรั่งเศสที่นำโดย Kylian Mbappé ไม่สามารถเจาะแนวรับของสเปนได้ แม้จะมีความพยายามบุกหลายครั้ง แม้ว่า Mbappé จะยังคงเป็นดาวซัลโวสูงสุดในรางวัล Golden Boot แต่ Les Bleus ก็จบการแข่งขันโดยไม่สามารถทำประตูได้ในรอบรองชนะเลิศ
สเปนจะต้องเจอกับผู้ชนะจากรอบรองชนะเลิศอีกคู่ในวันพุธระหว่างอาร์เจนตินาและอังกฤษ ซึ่งจะเป็นการชิงโอกาสจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
ผลการแข่งขันในวันอังคารถือเป็นอีกบทหนึ่งของหนึ่งในศึกฟุตบอลทีมชาติที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ซึ่งเป็นการพบกันครั้งที่ 39 ระหว่างสเปนและฝรั่งเศส โดยครั้งแรกเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1922 แม้จะมีประวัติศาสตร์ยาวนาน แต่ครั้งนี้เป็นเพียงครั้งที่สองที่ทั้งสองชาติเจอกันในศึก FIFA World Cup การพบกันครั้งก่อนเกิดขึ้นในปี 2006 เมื่อฝรั่งเศสเอาชนะไปได้ 3-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฝรั่งเศสยังคงมีสถิติการพบกันที่ดีกว่าด้วยชัยชนะ 18 ครั้ง ส่วนสเปนมีชัยชนะ 14 ครั้ง และเสมอกัน 7 นัด
ชัยชนะล่าสุดของสเปนสานต่อฟอร์มอันยอดเยี่ยมในระดับนานาชาติ อีกทั้งยังต่อเนื่องจากชัยชนะ 5-4 เหนือฝรั่งเศสในรอบรองชนะเลิศ UEFA Nations League ปี 2025 ซึ่งตอกย้ำความเหนือกว่าของ La Roja ในศึกนี้ได้อย่างชัดเจน อีกเพียงหนึ่งชัยชนะ สเปนจะได้ครองตำแหน่งแชมป์ FIFA World Cup