ตำรวจสอบสวนกลาง บุกช่วยนักมวยเด็ก ถูกบังคับขายบริการให้ชายนอร์เวย์ ถ่ายคลิประหว่างทำอนาจาร มีเหยื่อรายหลาย
พ.ต.ท.กฤษดา จิระวาณิชกุล, พ.ต.ท.ณรงค์เวช จิวเดช สว.กก.2 บก.ปคม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคม.เจ้าหน้าที่ชุดช่วยเหลือเด็กผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดย เจ้าหน้าที่ พมจ.ระยอง, พมจ.ชลบุรี,องค์กร Free a girls, GIRU, องค์กร Destiny Rescue, องค์กร Our Rescue Thailand, องค์กร The scientia program และ องค์กร LIFT International ร่วมกันจับกุม นายนฤเบศฯ หรือ เช็คฯ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 3772/2569 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ต้องหาว่ากระทำผิดฐาน
1. ค้ามนุษย์ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยเป็นธุระจัดหา พามาจาก หรือส่งไปยังที่ใด หรือรับไว้ซึ่งเด็กอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่ถึงสิบแปดปี (พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พุทธศักราช 2551 มาตรา 4, 6, 52 วรรคสอง)
2. เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม เป็นการกระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี (พระราชบัญญัติป้องกันปราบปรามการค้าประเวณี พุทธศักราช 2539 มาตรา 4, 9 วรรคสอง)
3. เป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณี ผู้ดูแล หรือผู้จัดการกิจการการค้าประเวณี หรือเป็นผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณีในสถานค้าประเวณี กระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ทำการค้าประเวณีอยู่ด้วย (พระราชบัญญัติป้องกันปราบปรามการค้าประเวณี พุทธศักราช 2539 มาตรา 4, 11)
4. ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด และกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทน หรือเพื่อการใด และชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด และกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทน หรือเพื่อการใด (พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กพุทธศักราช 2546 มาตรา 4) 26 (3), (9) และมาตรา 78)
5. เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิงแม้ว่าบุคคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม ซึ่งเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282)
6. กระทำด้วยประการใด ๆ โดยการช่วยเหลือ ให้ความสะดวก หรือคุ้มครองการค้าประเวณีของผู้อื่น
รับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณี ซึ่งผู้อื่น หรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณีและจัดให้มีการค้าประเวณีระหว่างผู้ซึ่งค้าประเวณีกับผู้ให้บริการ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286)
7. โดยทุจริตรับไว้ จำหน่าย เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปซึ่งบุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 312 ตรี)
พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.2 บก.ปคม. ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่ามีกลุ่มบุคคลได้เปิดค่ายฝึก สอนมวยไทย และมีการแอบบังคับให้นักมวย (ชาย) ที่เป็นเด็กค้าประเวณีให้กับบุคคลที่มีรสนิยมรับร่วมเพศ (ชายรักชาย) เพื่อแสวงหาประโยชน์
ซึ่งจากการสืบสวน ทราบว่ามีนายเช็คฯ เป็นผู้ดูแลค่ายมวยดังกล่าว สามารถเป็นธุระจัดหานักมวยที่เป็นเด็ก เพื่อค้าประเวณีกับลูกค้าได้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ จึงได้วางแผนให้สายลับแฝงตัวเป็นนักเรียนฝึกมวย เพื่อพิสูจน์ทราบการกระทำผิด จึงทราบว่าค่ายมวยดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดระยอง
โดยจะมีนักมวยทั้งชาย และหญิง ซึ่งมีทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ อายุต่ำกว่า 18 ปี ไปจนถึง 35 ปี มีทั้งหมดประมาณ 30 คน
จากนั้นสายลับได้ทำทีสอบถามนายเช็คฯ เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับการขายบริการทางเพศของเด็กนักมวยในค่าย ซึ่งนายเช็คฯ ได้อธิบายว่าตนเองสามารถจัดหานักมวยที่ขายบริการทางเพศให้ได้หากมีคนต้องการ โดยมีราคาตั้งแต่ 2,000 บาท ขึ้นไป (เด็กจะเป็นฝ่ายรุก) และอ้างว่าเด็กที่ขายบริการจะเป็นเด็กที่เกเร หรือเด็กมีปัญหาครอบครัว และต้องการเงินไปเที่ยวเตร่ และได้ส่งภาพเด็กที่ขายบริการ มาในไลน์ให้ดูก่อนตัดสินใจ และยังอธิบายอีกว่าการซื้อบริการทางเพศเด็กนักมวยนั้นจะทำในลักษณะการออรัลเซ็ก (อมอวัยวะเพศ) เด็กให้สำเร็จความใคร่ หรือให้เด็กเป็นฝ่ายรุก และได้ให้ข้อมูลอีกว่ามีนักมวยที่ขายบริการทางเพศลักษณะดังกล่าวอีกกว่า 15 คนพร้อมแจ้งรายชื่อ และข้อมูลภาพถ่ายเด็กให้ทราบ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคม. สนธิกำลังร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง, บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง, ป้องกันจังหวัดระยอง, ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านฉางจังหวัดระยอง, เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี, องค์กร Free a girls, GIRU, องค์กร Destiny Rescue, องค์กร Our Rescue Thailand,องค์กร The scientia program, องค์กร LIFT International ลงพื้นที่เป้าหมาย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และคุ้มครองเด็กตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ว่าอาจเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือไม่ โดยปฏิบัติการดังกล่าว ถูกแบ่งออกเป็น 2 จุด คือ
จุดที่ 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคม. ร่วมกับ ทีมสหวิชาชีพ วางแผนปฏิบัติการอำพราง (ล่อซื้อ) เพื่อเข้าจับกุมนายเช็คฯ และเข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 3 ราย คือ 1. ด.ช.วอแหวน อายุ 16 ปี 2. ด.ช.มอม้า อายุ 15 ปี และ 3. ด.ช.มีนา อายุ 13 ปี เมื่อสายลับได้ปฏิบัติการขอซื้อบริการทางเพศกับผู้เสียหายสำเร็จ โดยเป็นการคุยตกลงกันผ่านนายเช็คฯ ในราคาคนละ 3,000 บาท ซึ่งจะแบ่งให้กับผู้เสียหายจำนวน 2,000 บาท และแบ่งให้กับตนเอง 1,000 บาท จากนั้นนายเช็คฯ และผู้เสียหายเดินทางมาถึงบริเวณห้องพักของรีสอร์ตแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี พร้อมกับผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำกำลังเข้าจับกุมและช่วยเหลือผู้เสียหายภายในรีสอร์ตดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงตัว และได้แสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนทำการจับกุม จากนั้นได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ พร้อมทั้งแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาให้ทราบ
ซึ่งในชั้นจับกุมนายเช็คฯให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงควบคุมตัวมาที่ สภ.พลูตาหลวง เพื่อทำบันทึกจับกุม และนำตัวมาควบคุมยังที่ทำการ กก.2 บก.ปคม. และ ส่งมอบตัว ให้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จุดที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยทีมสหวิชาชีพ ลงพื้นที่ไปยังค่ายมวยในจังหวัดระยอง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและเข้าคุ้มครองเด็ก ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 โดยนำเด็กจำนวน 12 คน มาคัดกรองว่าอาจเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือไม่ ณ บ้านพักเด็ก และครอบครัวจังหวัดระยอง ปรากฏรายละเอียด ดังนี้
1. พบกลุ่มเด็กและเยาวชนชาย ช่วงอายุระหว่าง 11 – 19 ปี จำนวน 15 คน รวมกันอยู่บริเวณค่ายมวย ไม่พบผู้ปกครองของเด็ก เนื่องจากอยู่ในช่วงฝึกซ้อมมวย พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และนักสังคมสงเคราะห์จากสำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง และบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง ได้คุ้มครองเด็กจำนวนทั้งสิ้น 12 ราย และเชิญมาสัมภาษณ์คัดกรอง/คัดแยกตามกระบวนการ NRM ว่าอาจตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือไม่ ณ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง
2. จากการสอบข้อเท็จจริง โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ฯ และนักสังคมสงเคราะห์ นิติกร ณ บ้านพักเด็ก และครอบครัวจังหวัดระยอง พบว่า เด็กจำนวนทั้งสิ้น 12 คน ให้ข้อมูลในทางเดียวกันว่าพบพฤติการณ์ทำนองเดียวกันว่า เดิมทีค่ายมวยดังกล่าวจะมีชายชาวต่างชาติ นายคิม (นามสมมติ) ชาวนอร์เวย์ เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายหลักในการดำเนินการของค่าย นับตั้งแต่เปิดทำการค่าย มีพฤติการณ์คือเมื่อ นายคิม มาที่ค่ายมวย โดยจะมีเลขาฯ ชื่อนางบี (นามสมมติ) เรียกเด็กชาย ไปพบเป็นการส่วนตัวที่ห้องรับรองภายในค่ายมวย และดำเนินการละเมิดทางเพศ, อนาจารทางเพศ ด้วยวิธีที่แตกต่างกันทั้งให้เด็กทำกันเอง และกระทำต่อเด็ก ในแบบสวิงกิ้ง และมีการถ่ายภาพถ่ายคลิปไว้ เมื่อเสร็จกิจแล้วจะให้ค่าตอบแทนคราวละ 500 – 5,000 บาท และกำชับให้เด็กๆ ห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร หากถูกใจเด็กคนไหนก็จะให้การสนับสนุนเป็นสิ่งของอื่นๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ, ชุดนักเรียน ฯลฯ ในกรณีที่ครอบครัวเด็กยากจนจะให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายภายในบ้าน และค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองของเด็กคนนั้นด้วย
3. เด็กบางคนให้ข้อมูลว่าเจ้าของค่ายมวย รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้น แต่นิ่งเฉยไม่ได้ว่ากล่าว หรือห้ามสิ่งใด และการสอบถามจากครอบครัวเด็ก ก็ทราบว่าครอบครัวก็ทราบ แต่ก็เห็นว่านายคิม มีบุญคุณกับครอบครัวให้การสนับสนุนช่วยเหลือครอบครัว และเด็กเองก็ได้รับเงินมาใช้จ่ายสุขสบายขึ้น
4. สรุปผลการคัดกรอง จากทีมสหวิชาชีพ และพนักงานสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ลงความเห็นว่าพบข้อบ่งชี้ที่เด็กทั้ง 6 ราย ถูกละเมิดทางเพศจาก นายคิมจริง และจะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลในคดีดังกล่าวต่อไป
ข่าวล่าสุด