ลิโอเนล เมสซี มักจะเป็นคนเงียบ ๆ แต่ความเข้มข้นของเขาในเกมเพลย์ออฟกลับสร้างแรงผลักดันให้เพื่อนร่วมทีมใน เมเจอร์ลีกซอกเกอร์ (MLS) ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
คามาล มิลเลอร์ รู้ว่าบางสิ่งไม่เหมือนเดิมตั้งแต่วันแรกที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเริ่มปรากฏตัวในสนามซ้อม มันเป็นช่วงซัมเมอร์ปี 2023 ซึ่งข่าวลือว่า ลิโอเนล เมสซี จะย้ายจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาร่วมทีม อินเตอร์ ไมอามี เริ่มแพร่กระจายไปทั่ว
ในตอนแรกมันดูเหมือนเป็นเพียงเสียงลือ เสียงเล่าอ้าง บนโซเชียลมีเดียเท่านั้น แต่สัญญาณเริ่มชัดขึ้นเมื่อมีการเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัย และมีการใช้รหัสผ่านเพื่อเข้าสู่สนามซ้อม หมายเลข 10 ก็ถูกสงวนไว้ไม่ให้ใครแตะต้อง
จากนั้น เมสซีก็ปรากฏตัวขึ้น โดยแทบไม่มีใครรู้ตัวเลย “พวกเขาทำให้เราประหลาดใจ เพราะเขาเป็นคนแรกที่เข้ามาในอาคาร เราเดินเข้าไปแล้วเห็นเขาอยู่ตรงนั้น เราต้องทำตัวให้ดูนิ่ง ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น” มิลเลอร์เล่าย้อนความหลัง
ในช่วงแรก เพื่อนร่วมทีมยังคงต้องปรับตัวกับความยิ่งใหญ่ของชื่อเสียงเมสซี แต่เมื่อเวลาผ่านไป มิลเลอร์และเพื่อนร่วมทีมเริ่มเข้าใจสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างออกไป — คือความสามารถในการเปลี่ยนบรรยากาศของช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุดให้กลายเป็นพลัง
ผู้ที่เคยเล่นเคียงข้างเมสซีในช่วงเวลาที่เดิมพันสูงต่างพูดตรงกันว่าระดับของเกมจะยกระดับขึ้นหลายเท่า เมสซีในเวอร์ชัน อินเตอร์ ไมอามี แทบไม่พูดมาก ไม่มีคำปลุกใจยาวเหยียด เขาเพียงแค่เงียบลงและแสดงพลังแห่งชัยชนะผ่านออร่าอันสงบนิ่ง
“ความกดดันมันมาจากภายใน เพราะเขาไม่ใช่คนพูดเยอะ” มิลเลอร์กล่าว
เปลี่ยนวัฒนธรรมในไมอามี
เมื่อเมสซีมาถึง อินเตอร์ ไมอามี ในปี 2023 ทีมเฮรอนส์กำลังดิ้นรนอยู่ท้ายตารางของสายตะวันออก สโมสรได้เคลียร์พื้นที่ค่าจ้างเพื่อเตรียมทุ่มซื้อผู้เล่นระดับโลก เมสซีคือดีลใหญ่ที่ เดวิด เบ็คแฮม เจ้าของร่วมได้พูดถึงหลายครั้ง และไม่นานหลังจากนั้น เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ กับ ฆอร์ดี อัลบา ก็เดินทางตามมา
มิลเลอร์ ซึ่งปัจจุบันเล่นให้กับ พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์ส เป็นนักเตะมากประสบการณ์ใน MLS และทีมชาติแคนาดา วันหนึ่งหลังจากข่าวลือยาวนาน ทั้งสองตำนานก็ปรากฏตัวขึ้นจริง ๆ และมิลเลอร์ก็อยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขา “ตู้ล็อกเกอร์ของผมอยู่ระหว่างเขากับบุสเก็ตส์ ผมถึงกับส่งข้อความหาเพื่อน พ่อแม่ และภรรยา ว่า ‘ไม่อยากจะเชื่อเลย ผมนั่งอยู่ระหว่างสองตำนานนี้’” เขากล่าว
ทุกคนเคยได้ยินเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับนิสัยของเมสซีในห้องแต่งตัว และมิลเลอร์ก็ยืนยันว่าทุกเรื่องนั้นจริง “สิ่งที่คนพูดกันเกี่ยวกับเขาแทบจะจริงทั้งหมด เขาเป็นคนเงียบ ๆ ในห้องแต่งตัว ไม่พูดมาก แค่ทำงานของตัวเองในสนามซ้อมและฟิตเนส”
‘ฟรีคิกสุดเหลือเชื่อ’
แม้โอกาสติดเพลย์ออฟจะดูริบหรี่ แต่ อินเตอร์ ไมอามี ยังมีเส้นทางลุ้นแชมป์ในศึก ลีกส์ คัพ 2023 ที่รวมทีมจาก ลีกา เอ็มเอ็กซ์ และ MLS มิลเลอร์เล่าว่า “ตอนนั้นเราคิดกันว่าการเข้ารอบเพลย์ออฟคงยากเกินไป แต่ ลีกส์ คัพ คือโอกาสที่เราจะเริ่มต้นใหม่ในฤดูกาลเดียวกัน”
เมสซีตอบแทนทันทีตั้งแต่เกมแรกที่ลงสนามในฐานะตัวสำรอง โดยทำประตูจากฟรีคิกจากการสัมผัสบอลไม่กี่ครั้ง “มันบ้ามากเลย” มิลเลอร์กล่าว
จากนั้นยังมีอีกหลายช่วงเวลาน่าจดจำ หลังจากผ่านรอบแบ่งกลุ่มและเอาชนะ ออร์แลนโด ซิตี้ ในรอบ 32 ทีม อินเตอร์ ไมอามี ต้องบุกเยือน เอฟซี ดัลลัส ซึ่งกำลังอยู่ในฟอร์มร้อนแรง พวกเขาตามหลัง 4-2 ก่อนที่เมสซีจะยิงฟรีคิกปลายเกมตีเสมอและพาทีมชนะในการดวลจุดโทษ “เขายิงฟรีคิกสุดเหลือเชื่อในเกมนั้น” มิลเลอร์กล่าว
เมสซียังยิงประตูสุดสวยในรอบชิงกับ แนชวิลล์ ก่อนพาทีมคว้าแชมป์ด้วยการชนะจุดโทษ
‘เขาเข้าสู่โหมดที่แตกต่าง’
ฟาฟา พิกล์ต์ ซึ่งเข้าร่วม อินเตอร์ ไมอามี ในต้นปี 2025 เพื่อเสริมความเร็วในเกมรุก ได้เห็นสิ่งเดียวกัน เขาอธิบายว่า “คุณจะเห็นว่าเขาเข้าสู่โหมดที่แตกต่าง โดยเฉพาะในช่วงเพลย์ออฟ หรือในฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก เขามีความต้องการชนะที่มากเป็นพิเศษ และในเกมน็อกเอาต์คุณจะเห็นอีกด้านของเขา เขาจะเข้มข้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”
ปีกชาวอเมริกันรายนี้มองว่าความมุ่งมั่นนั้นมาจากสัญชาตญาณแห่งการแข่งขัน และส่วนหนึ่งมาจากอายุของเมสซีที่ปัจจุบัน 39 ปี เขาผ่านยุคสมัยของฟุตบอลมาหลายช่วงแต่ยังคงรักษามาตรฐานระดับสูงไว้ได้ “คุณดูออกว่าเขามาจากยุคที่ต้องสู้ทุกอย่าง และนั่นคือเหตุผลที่เขายังทำได้แบบนี้ในวัยนี้ เพราะความทุ่มเททั้งหมดที่เขามี”
พิกล์ต์เองก็ได้รับแรงบันดาลใจจากเขาเช่นกัน “ผมเติบโตในยุคที่ต้องต่อสู้เพื่อทุกโอกาส เพราะเส้นทางอาชีพของผมไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ดังนั้นเมื่อเห็นเขาทำแบบนั้น ผมก็พยายามทำให้ได้แบบนั้นในสนามซ้อม เพื่อพร้อมเต็มที่ในเกมที่ต้องใช้ความมุ่งมั่นระดับสูง”
ความพยายามนั้นสัมฤทธิ์ผล อินเตอร์ ไมอามี คว้าแชมป์ เอ็มแอลเอส คัพ และพิกล์ต์ได้ร่วมฉลอง “มันคือความสุขที่ได้เป็นส่วนเล็ก ๆ ในเส้นทางอันยาวนานของเขา” เขากล่าว
ฟุตบอลโลก
เมื่อถึงฟุตบอลโลก ทีมชาติอาร์เจนตินายังไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้สม่ำเสมอ แม้ตัวเลขของเมสซีจะยังยอดเยี่ยม พวกเขาผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากกับ เคปเวิร์ด, อียิปต์ และ สวิตเซอร์แลนด์ โดยเมสซีถึงกับหลั่งน้ำตาหลังเกมพลิกชนะอียิปต์
แต่ในบางช่วง เขายังคงแสดงศักยภาพระดับสูงให้เห็น และปัจจุบันเขายังรั้งตำแหน่งดาวซัลโวร่วมของทัวร์นาเมนต์ มีโอกาสสูงที่จะจบฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วยการเป็นกัปตันทีมที่คว้าแชมป์และดาวซัลโว โดยไม่จำเป็นต้องเล่นได้ดีที่สุดทุกนัด
พิกล์ต์กล่าวว่า “ทุกครั้งที่เขาทำลายสถิติใหม่ มันคือความสุขที่ได้เห็น และทำให้ผมดีใจไปกับเขา”
อดีตเพื่อนร่วมทีมอีกคน ซีเจ ดอส ซานโตส ก็เห็นพลังเดียวกัน “มันเป็นสิ่งพิเศษเวลาได้ดูเขาเล่น เด็ก ๆ มักพูดถึงคำว่า ‘ออร่า’ และเขามีออร่าจริง ๆ โดยเฉพาะตอนสวมเสื้อทีมชาติอาร์เจนตินา เขาคือนักเตะที่พิเศษ สามารถเปลี่ยนเกมได้ทุกเมื่อ เป็นสิทธิ์พิเศษที่ได้เห็นเขาเล่นสดและเห็นสิ่งที่เขาทำกับลูกบอล” ดอส ซานโตส กล่าว
อังกฤษคือด่านต่อไป
แน่นอนว่าเขาจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับทีมชาติอังกฤษ การพบกันระหว่าง อาร์เจนตินา กับ อังกฤษ ถือเป็นหนึ่งในแมตช์ประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลก เต็มไปด้วยความดราม่าและความขัดแย้งนับจากลูก “หัตถ์พระเจ้า” ของ ดีเอโก มาราโดนา ไปจนถึงใบแดงของ เดวิด เบ็คแฮม ที่เตะใส่ ดีเอโก ซิเมโอเน
น่าสนใจที่ทั้งสองทีมไม่ได้เจอกันในเกมแข่งขันจริงตั้งแต่ปี 2002 และเมสซียังไม่เคยดวลกับอังกฤษมาก่อน โธมัส ทูเคิล ยอมรับว่าการหาวิธีหยุดเขาเป็นเรื่องยาก “ผมคิดถึงการประกบแบบตัวต่อตัวเก่า ๆ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้หรือไม่ ทุกคนรู้ว่าเมสซีชอบไปอยู่ตรงไหน และเมื่อคุณดูเกม คุณจะรู้ว่าเขามองเห็นสิ่งต่าง ๆ เร็วกว่าคนอื่นในสนาม บอลเหมือนจะตกไปหาเขาเสมอ แล้วเขาก็หาช่องได้”
ทูเคิลหวังว่าจะหาทางหยุดเขาได้ แต่ความจริงก็คือ ทุกเกมอาจเป็นเกมสุดท้ายของเมสซีกับทีมชาติอาร์เจนตินา เขาใช้เวลาพอสมควรในการตัดสินใจมาร่วมฟุตบอลโลกครั้งนี้ และการเล่นทัวร์นาเมนต์ใหญ่อีกครั้งหมายถึงการยืดอาชีพทีมชาติไปจนถึงวัย 40
สำหรับเพื่อนร่วมทีมทั้งอดีตและปัจจุบัน ช่วงเวลานี้คือโอกาสที่จะได้ชื่นชมเขา “คุณแค่อยากเป็นส่วนหนึ่งของมรดกนั้น หลายคนอาจเคยเล่นร่วมกับเมสซี แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะพูดได้ว่าพวกเขาเคยคว้าแชมป์ไปพร้อมกับเขา” มิลเลอร์กล่าว