ประวัติค่าตัวนักฟุตบอลหญิง: รายชื่อนักเตะหญิงที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลหญิง
ชาญชัย รัตนพงษ์ July 22, 2026 01:29 AM

เชลซี, อาร์เซนอล, ออร์แลนโด ไพรด์ และ ลอนดอน ซิตี้ ไลโอเนสเซส ต่างก็ทำลายสถิติโลกในปี 2025 เพียงปีเดียว สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของการใช้จ่ายในวงการฟุตบอลหญิงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อฟุตบอลหญิงได้รับความนิยมไปทั่วโลก ค่าตัวนักเตะก็พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย โดยในปี 2025 เพียงปีเดียว สถิติโลกถูกทำลายถึงสี่ครั้ง ซึ่งหมายความว่าเงินที่เชลซีจ่ายเพื่อคว้าตัว เพอร์นิล ฮาร์เดอร์ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2020 ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นค่าตัวสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลหญิง ปัจจุบันกลับหล่นไปอยู่นอก 30 อันดับแรกของการย้ายทีมที่แพงที่สุดแล้ว

คีรา วอลช์ เคยขึ้นแทนที่ฮาร์เดอร์ในปี 2022 ด้วยการย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป บาร์เซโลนา แต่ในตอนนี้ค่าตัวของเธอไม่ได้อยู่ใน 15 อันดับแรกอีกต่อไป โดยในเดือนมกราคม 2025 วอลช์กลับมาประเทศอังกฤษอีกครั้งเพื่อร่วมทีมเชลซี ซึ่งค่าตัวครั้งนี้สูงกว่าครั้งก่อนเสียอีก

แล้วใครกันคือผู้เล่นที่มีค่าตัวย้ายทีมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลหญิง? บทความนี้จะพาไปรู้จักกับรายชื่อการย้ายทีมที่แพงที่สุดจนถึงปัจจุบัน...

15. แซม คอฟฟีย์ (พอร์ตแลนด์ ธอร์นส์ ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งนำเป็นจ่าฝูงในศึก วีเมนส์ ซูเปอร์ ลีก ในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมปี 2026 ต้องการเสริมความแข็งแกร่ง และพวกเขาก็ทำได้สำเร็จด้วยการคว้าตัวมิดฟิลด์ระดับโลกอย่าง แซม คอฟฟีย์ เข้ามาร่วมทีม

หลังจากเธอสร้างชื่อกับ พอร์ตแลนด์ ธอร์นส์ และทีมชาติสหรัฐฯ ในฐานะมิดฟิลด์หมายเลข 6 ชั้นยอด ค่าตัว 650,000 ปอนด์ (875,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ที่ซิตี้จ่ายถือเป็นสถิติใหม่ของสโมสร และถ้าเธอช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ค่าตัวนี้จะถือว่าคุ้มค่าในทันที

14. ราเชล คุนดานันจิ (มาดริด ซีเอฟเอฟ ไป เบย์ เอฟซี)

ไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่ บาร์บรา บันดา จะย้ายทีมครั้งใหญ่ไปยัง ออร์แลนโด ไพรด์ เพื่อนร่วมทีมชาติแซมเบียของเธอ ราเชล คุนดานันจิ ก็ได้กลายเป็นนักฟุตบอลหญิงที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก ด้วยการย้ายจาก มาดริด ซีเอฟเอฟ ไปยัง เบย์ เอฟซี สโมสรน้องใหม่ใน NWSL ที่จ่ายเงิน 862,000 ดอลลาร์สหรัฐ (685,000 ปอนด์) เพื่อดึงเธอไปร่วมทีม หลังจากเธอยิงไป 33 ประตูจาก 43 นัดในลีกสเปน

แม้เธอยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้เท่ากับตอนอยู่ในยุโรป แต่ เบย์ เอฟซี เองก็ยังอยู่ในช่วงสร้างชื่อใน NWSL หลังจากเข้าร่วมลีกในปี 2024

13. คีรา วอลช์ (บาร์เซโลนา ไป เชลซี)

วอลช์ กลับมาสู่อังกฤษในเดือนมกราคม 2025 เมื่อเชลซีปิดดีลสุดท้ายของตลาดด้วยการคว้าตัวมิดฟิลด์รายนี้ โดยค่าตัวเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 460,000 ปอนด์ (572,000 ดอลลาร์สหรัฐ) แต่มีโบนัสและเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ทำให้ยอดรวมเพิ่มขึ้น สื่อสเปนรายงานว่าภายในสิ้นฤดูกาล 2024-25 ค่าตัวรวมทั้งหมดอยู่ที่ 850,000 ยูโร (714,000 ปอนด์ / 884,000 ดอลลาร์สหรัฐ)

12. คลอเดีย มาร์ติเนซ (คลับ โอลิมเปีย ไป วอชิงตัน สปิริต)

คลอเดีย มาร์ติเนซ กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงของปี 2025 หลังจากยิงได้ 6 ประตูจาก 5 นัดในศึก โคปา อเมริกา ให้กับทีมชาติปารากวัย แม้ทีมจะไม่ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศก็ตาม เธอคว้ารางวัลรองเท้าทองคำร่วมได้ในวัยเพียง 17 ปี

วอชิงตัน สปิริต ประทับใจในฟอร์มของเธอและจัดการคว้าตัวมาร่วมทีมในเดือนมกราคม 2026 โดย ESPN รายงานว่า สโมสรจาก NWSL จ่ายค่าตัวถึง 950,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพียงไม่กี่วันหลังจากที่มาร์ติเนซอายุครบ 18 ปี

11. ทาร์เซียเน (ฮิวสตัน แดช ไป ลียง)

หลังจากลงเล่นใน NWSL เพียงฤดูกาลเดียว ทาร์เซียเน ก็กลายเป็นนักเตะที่มีค่าตัวสูงเป็นอันดับสองของโลกเมื่อเธอย้ายไป ลียง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 โดยสื่อฝรั่งเศสรายงานว่าค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 960,000 ดอลลาร์สหรัฐ (762,000 ปอนด์) ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของฟุตบอลหญิงฝรั่งเศส และหากดีลนี้เกิดขึ้นเร็วกว่านี้ไม่กี่สัปดาห์ เธอคงได้ครองสถิติโลกในเวลานั้น

10. ครัวซ์ เบทูน (วอชิงตัน สปิริต ไป แคนซัส ซิตี้ เคอร์เรนต์)

ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ มีการย้ายทีมที่สร้างประวัติศาสตร์ใน NWSL เมื่อ ครัวซ์ เบทูน ย้ายจาก วอชิงตัน สปิริต ไปยัง แคนซัส ซิตี้ เคอร์เรนต์ ด้วยค่าตัว 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (732,000 ปอนด์) หลังจากเธอคว้ารางวัลนักเตะหน้าใหม่และมิดฟิลด์ยอดเยี่ยมแห่งปีในปี 2024

ในปี 2025 เธอยังติดทีมยอดเยี่ยมอันดับสองของลีก และช่วยให้ วอชิงตัน สปิริต เข้าชิงแชมป์ NWSL รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติสหรัฐฯ ที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิก ปารีส 2024

9. แคลร์ ฮัตตัน (แคนซัส ซิตี้ เคอร์เรนต์ ไป เบย์ เอฟซี)

ก่อนหน้าการย้ายทีมของเบทูนไม่กี่นาที แคนซัส ซิตี้ เคอร์เรนต์ ประกาศว่า แคลร์ ฮัตตัน ผู้เข้าชิงรางวัลนักเตะหน้าใหม่แห่งปี 2025 ได้ย้ายไป เบย์ เอฟซี ด้วยค่าตัว 1.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (805,000 ปอนด์) ดาวรุ่งวัย 20 ปีรายนี้เป็นกำลังสำคัญของทีมตั้งแต่เป็นวัยรุ่น ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ NWSL ชีลด์ ปี 2025 และเตรียมย้ายไปแคลิฟอร์เนียภายใต้การคุมทีมของ เอ็มมา โคตส์

8. เมลวีน มาลาร์ด (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป เชลซี)

การย้ายทีมของ เมลวีน มาลาร์ด จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป เชลซี ในเดือนกรกฎาคม 2026 มีรายงานค่าตัวแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่ระบุว่าประมาณ 850,000 ปอนด์ (1.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งถือเป็นการขายนักเตะที่มีค่าตัวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด และเป็นดีลที่สามของเชลซีที่ทะลุ 1 ล้านดอลลาร์

7. นาโอมิ เกอร์มา (ซานดิเอโก เวฟ ไป เชลซี)

นาโอมิ เกอร์มา ย้ายจาก ซานดิเอโก เวฟ มาร่วมทีม เชลซี ในเดือนมกราคม 2025 ด้วยค่าตัว 883,000 ปอนด์ (1.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ทำให้เธอกลายเป็นนักเตะหญิงคนแรกที่มีค่าตัวทะลุหนึ่งล้านดอลลาร์ในประวัติศาสตร์

แม้จะอายุเพียง 24 ปี แต่ เกอร์มา ถือเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในโลก เธอโชว์ฟอร์มโดดเด่นใน 3 ฤดูกาลแรกกับ ซานดิเอโก เวฟ และยิ่งตอกย้ำชื่อเสียงจากการคว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2024 กับทีมชาติสหรัฐฯ

6. เจเดน ชอว์ (นอร์ท แคโรไลนา เคอเรจ ไป กอทแธม)

การย้ายทีมที่มีค่าตัวสูงที่สุดระหว่างสองสโมสรใน NWSL เกิดขึ้นกลางปี 2025 เมื่อ กอทแธม จ่าย 1.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (909,000 ปอนด์) เพื่อคว้าตัว เจเดน ชอว์ ดาวรุ่งที่เปิดตัวในลีกตั้งแต่อายุ 17 ปี และกลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูได้ในการลงเล่นนัดแรกกับ ซานดิเอโก เวฟ

ปีต่อมา เธอย้ายไป นอร์ท แคโรไลนา เคอเรจ ก่อนจะถูก กอทแธม คว้าตัวด้วยค่าตัวสถิติ และคว้าแชมป์ NWSL ครั้งแรกในอาชีพในปีเดียวกัน

5. โอลิเวีย สมิธ (ลิเวอร์พูล ไป อาร์เซนอล)

นาโอมิ เกอร์มา ครองสถิติโลกได้เพียง 6 เดือน ก่อนที่ อาร์เซนอล จะทำลายสถิติด้วยการคว้าตัว โอลิเวีย สมิธ ในเดือนกรกฎาคม 2025 ซึ่งถือเป็นนักเตะหญิงคนแรกที่มีค่าตัวแตะ 1 ล้านปอนด์ เดอะ กันเนอร์ส เคยเผชิญหน้ากับสมิธ ในศึก เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งเธอนำ ลิเวอร์พูล เอาชนะได้อย่างเหนือความคาดหมาย จึงไม่ลังเลที่จะทุ่มเงินสถิติโลกเพื่อคว้าตัวเธอ

4. อลิสซา ทอมป์สัน (แองเจิล ซิตี้ ไป เชลซี)

ดีลของ อลิสซา ทอมป์สัน กับ เชลซี ในช่วงตลาดซัมเมอร์ปี 2025 มีรายงานหลากหลาย โดยบางสื่อระบุว่าค่าตัวต่ำกว่า 1 ล้านปอนด์ ขณะที่อีกสองสื่อชื่อดังระบุว่าเป็นสถิติใหม่ของสโมสร และอาจสูงจนใกล้เคียงกับค่าตัวสถิติโลกของ ลิซเบธ โอวัลเล ที่ ออร์แลนโด ไพรด์ จ่ายไปก่อนหน้านั้น

3. ลิซเบธ โอวัลเล (ติเกรส ไป ออร์แลนโด ไพรด์)

การย้ายทีมของ สมิธ ไป อาร์เซนอล ครองสถิติโลกได้เพียงหนึ่งเดือน ก่อนที่ ออร์แลนโด ไพรด์ จะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อคว้าตัว ลิซเบธ โอวัลเล ดาวดังทีมชาติเม็กซิโก จาก ติเกรส ในเดือนสิงหาคม 2025 ด้วยค่าตัว 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.1 ล้านปอนด์) เธอเคยได้รับความสนใจจากสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปหลายทีม แต่เลือกเปิดบทใหม่ในอเมริกา

2. เฟลิเซีย ชเรอเดอร์ (ฮัคเคน ไป เรอัล มาดริด)

เฟลิเซีย ชเรอเดอร์ ย้ายจาก ฮัคเคน ไป เรอัล มาดริด ในช่วงซัมเมอร์ปี 2026 ด้วยค่าตัวประมาณ 15 ล้านโครนาสวีเดน (1.16 ล้านปอนด์ / 1.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งหลายฝ่ายระบุว่าเป็นดีลที่ทำลายสถิติโลก

อย่างไรก็ตาม รายงานจากสื่อและเอกสารการย้ายทีมของฟีฟ่ายืนยันว่า การย้ายของ เกรซ เกยอโรว์ ไป ลอนดอน ซิตี้ ไลโอเนสเซส มีมูลค่าสูงกว่านั้น

1. เกรซ เกยอโรว์ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไป ลอนดอน ซิตี้ ไลโอเนสเซส)

สถิติใหม่ของการย้ายทีมฟุตบอลหญิงถูกสร้างขึ้นในวันปิดตลาดซัมเมอร์ปี 2025 เมื่อ ลอนดอน ซิตี้ ไลโอเนสเซส จ่าย 1.65 ล้านยูโร (1.43 ล้านปอนด์ / 1.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อคว้าตัว เกรซ เกยอโรว์ กัปตันทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาร่วมทีมก่อนเปิดฤดูกาลในศึก วีเมนส์ ซูเปอร์ ลีก สโมสรนี้ได้รับการสนับสนุนจาก มิเชล คัง เจ้าของทีมมหาเศรษฐีที่ยังถือหุ้นใน ลียง อีกด้วย

แม้สโมสรจะปฏิเสธว่าไม่ได้จ่ายค่าตัวสถิติโลก แต่รายงานจากหลายสื่อ รวมถึงรายงานทางการของฟีฟ่า ยืนยันว่าดีลนี้คือการย้ายทีมที่มีมูลค่าสูงที่สุดในฟุตบอลหญิงอาชีพในปี 2025 เหนือกว่า ทอมป์สัน, โอวัลเล และ เกอร์มา

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.