ธนาคารแห่งประเทศไทยออกประกาศฉบับที่ 23/2569 ปรับมาตรฐานค่าบริการธนาคาร 4 หมวด 19 รายการ ทยอยมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ถึง 1 ตุลาคม 2569 ครอบคลุมทั้งบัญชีเงินฝาก บัตร ธุรกรรมโอนเงิน และสินเชื่อ SMEs
ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกประกาศฉบับที่ 23/2569 ปรับมาตรฐานค่าบริการธนาคารครั้งใหญ่ รวม 19 รายการใน 4 หมวด ทั้งยกเลิกค่าธรรมเนียมบางส่วน กำหนดเพดานราคาบางส่วน และปรับวิธีเรียกเก็บให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ เกณฑ์นี้ครอบคลุมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกรรมการชำระเงิน และสินเชื่อ SMEs
การปรับครั้งนี้ไม่ได้มีผลพร้อมกันทั้งหมด แต่ทยอยเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ไปจนถึง 1 ตุลาคม 2569 ขึ้นอยู่กับประเภทของค่าบริการ ลูกค้าไม่ต้องลงทะเบียนหรือแจ้งความจำนงใดๆ สิทธิ์ใหม่จะมีผลอัตโนมัติ แต่ธนาคารต้องแจ้งอัตราค่าธรรมเนียมใหม่ให้ลูกค้าทราบก่อนเริ่มใช้จริง
ธปท. ยังกำชับด้วยว่า ห้ามธนาคารขึ้นค่าบริการรายการอื่นหรือปรับดอกเบี้ยเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไปโดยไม่มีเหตุผลรองรับ หากธนาคารใดเก็บเกินอัตราที่กำหนด ต้องคืนส่วนต่างย้อนหลังนับจากวันที่เกณฑ์มีผลบังคับใช้
รายละเอียดค่าธรรมเนียมใหม่ทั้ง 19 รายการ มีดังนี้
บัญชีเงินฝากและบัตรStatement ย้อนหลังไม่เกิน 12 เดือน แบบกระดาษเก็บได้สูงสุด 100 บาทต่อครั้ง ส่วน e-Statement ยังฟรีเหมือนเดิม หนังสือรับรองฐานะการเงินเก็บได้สูงสุด 100 บาทต่อชุด ทั้งสองรายการมีผล 1 กรกฎาคม 2569
บัญชีที่ไม่เคลื่อนไหวยังไม่เสียค่ารักษาบัญชี ยกเว้นบัญชียอดต่ำกว่า 2,000 บาทและไม่เคลื่อนไหวเกิน 1 ปี ซึ่งเก็บได้สูงสุด 20 บาทต่อเดือน มีผล 1 กรกฎาคม 2569 เช่นกัน
ส่วนบัตร ATM และบัตรเดบิตพื้นฐาน ค่าแรกเข้ารวมค่ารายปีเก็บได้สูงสุด 150 บาทต่อปี และ 200 บาทต่อปีตามลำดับ มีผล 1 กันยายน 2569 ขณะที่ค่าถอนเงินสดจากบัตรเครดิตเก็บได้สูงสุด 2.5% ของยอดถอน มีผล 1 กรกฎาคม 2569
ธุรกรรมการชำระเงินค่าข้ามเขตและค่าคู่สายสำหรับฝาก ถอน โอนผ่าน ATM, CDM และ CRM ฟรีทั้งหมด เริ่ม 1 กันยายน 2569 ส่วนธุรกรรมที่สาขาก็ฟรีเช่นกัน ยกเว้นฝากหรือถอนเงินสดข้ามเขตซึ่งเก็บได้สูงสุด 0.05% มีผล 1 กรกฎาคม 2569
การโอนผ่านบาทเนต ฝากเช็ค และรับชำระค่าสินค้าบริการข้ามเขต ไม่มีค่าคู่สายอีกต่อไป โดยกลุ่มแรกมีผล 1 กรกฎาคม 2569 ส่วนการรับชำระค่าสินค้าบริการมีผล 1 กันยายน 2569
รายการที่ยังเก็บอยู่ ได้แก่ Bulk Payment แบบภายในวัน สูงสุด 20 บาทต่อรายการ (1 กันยายน 2569) และโอนผ่านบาทเนตทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ สูงสุด 100 บาทต่อรายการ (1 ตุลาคม 2569)
ค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยนเก็บได้สูงสุด 0.125% และห้ามเก็บกรณีโอนภายในธนาคารเดียวกัน มีผล 1 กรกฎาคม 2569 ส่วนเพดานสำหรับบุคคลและ SMEs กำหนดขั้นต่ำไม่เกิน 300 บาท สูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท มีผล 1 ตุลาคม 2569
สินเชื่อ SMEsFront-end fee สำหรับวงเงินต่ำกว่า 15 ล้านบาท เก็บได้สูงสุด 2.5% ของวงเงิน แต่ไม่เกิน 250,000 บาท มีผล 1 กันยายน 2569 ส่วนค่าขยายเวลาเบิกใช้สินเชื่อ Term Loan ยกเลิกเก็บทั้งหมด มีผลวันเดียวกัน
ค่าต่ออายุวงเงิน Revolving Loan ฟรีเช่นกัน จะเก็บได้เฉพาะกรณีขอเพิ่มวงเงิน ส่วนค่าปิดสินเชื่อ Term Loan ก่อนกำหนด เก็บได้สูงสุด 3% ของเงินต้นคงเหลือ แต่อาจได้รับการยกเว้นหากเข้าเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด มีผล 1 กันยายน 2569 ขณะที่ค่ายกเลิกวงเงินไม่มีการเก็บเพิ่ม หากเคยจ่าย Commitment Fee หรือเคยเบิกใช้วงเงินไปแล้ว
คำว่า “ค่าธรรมเนียม ATM ฟรี” ในรอบนี้ หมายถึงเฉพาะค่าข้ามเขตและค่าคู่สายสำหรับฝาก ถอน โอนผ่าน ATM, CDM และ CRM เท่านั้น เริ่มมีผล 1 กันยายน 2569 ไม่ได้แปลว่าธุรกรรมผ่านตู้ทุกชนิด ทุกธนาคาร หรือธุรกรรมข้ามประเทศจะฟรีทั้งหมด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง