ยูเวนตุสกับภาพลวงของ วลาโฮวิช: คนที่ชนะมีแค่ตอนรับเงิน แต่ทีมยังหาตัวแทนไม่ได้
ไม่มีทั้งพรีเมียร์ลีกหรือ ลา ลีกา โดยกองหน้าชาวเซิร์บกำลังมุ่งหน้าไปยัง เบซิคตัส พร้อมค่าเหนื่อยก้อนโต
เมื่อเขาได้ต้นสังกัดใหม่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาสรุปภาพรวมครั้งสุดท้ายว่า ดูซาน วลาโฮวิช คือใครสำหรับ ยูเวนตุส และเขามีความหมายอย่างไร สุดท้ายแล้ว เขาคือความผิดหวังครั้งใหญ่ หรืออย่างน้อยที่สุดก็เป็นเพียงภาพลวงตาครั้งใหญ่
ยูเวนตุสซื้อตัวเขามาจาก ฟิออเรนตินา ในเดือนมกราคม ปี 2022 ด้วยค่าตัว 70 ล้านยูโร บวกโบนัสอีก 10 ล้านยูโร พร้อมรับประกันค่าเหนื่อยมหาศาลที่เพิ่มขึ้นตามเวลา และท้ายที่สุดจะสูงถึง 12 ล้านยูโรต่อฤดูกาล การเซ็นสัญญากับดาวยิงวัย 22 ปีที่ลงเล่นให้ ฟิออเรนตินา 108 นัด ยิงได้ 49 ประตู ทำให้ ยูเวนตุส เชื่อว่าพวกเขากำลังดึงกองหน้าระดับแห่งยุคเข้าสู่สโมสร เป็นคนที่จะพาทีมแบกภาระและสร้างความแตกต่างได้ แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น
แน่นอนว่า วลาโฮวิช สมควรได้รับเหตุบรรเทาอยู่ข้อหนึ่ง นั่นคือเขาย้ายมาอยู่กับ ยูเวนตุส ชุดที่เลวร้ายที่สุดชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์ ตลอดช่วง 4 ปีครึ่งในโลกของ ยูเวนตุส มีทุกอย่างเกิดขึ้นหมด ทั้งประธานสโมสรอย่าง อันเดรีย อันเญลลี และบอร์ดบริหารทั้งชุดที่ถูกกวาดออกไปจากผลของการสอบสวน รวมถึงความเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างบริหารที่เกิดขึ้นต่อเนื่องอย่างที่แทบไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์สโมสร ไม่ว่าจะเป็น เมาริซิโอ อาร์ริวาเบเน, เฟเดริโก เครูบินี, คริสเตียโน จุนโตลี, โกมอลลี และท้ายที่สุดคือ คาร์เนวาลี กับ มัสซารา ยังไม่รวมถึงการเปลี่ยนแปลงกุนซืออีกด้วย ที่ตูริน วลาโฮวิช ลงเล่นภายใต้การคุมทีมของ อัลเลกรี, ม็อตตา, ทูดอร์ และ สปัลเล็ตติ ก่อนจะกลับไปหา อิตาเลียโน ในที่สุด กุนซือที่เคยดึงศักยภาพที่ดีที่สุดของเขาออกมาตอนได้อยู่กับ ฟิออเรนตินา และตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งที่ เบซิคตัส
อย่างไรก็ตาม ต่อให้ไม่นับความโกลาหลที่ ยูเวนตุส เผชิญมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันก็ควรเป็นหน้าที่ของ วลาโฮวิช และนักเตะอีกไม่กี่คนที่จะพิสูจน์ว่าพวกเขาเป็นแชมเปี้ยนที่สร้างความแตกต่างได้ไม่ว่าเงื่อนไขจะเป็นอย่างไร และสามารถลากทีมขึ้นมาจากหล่มได้ แต่ วลาโฮวิช ทำสิ่งนั้นได้เพียงบางส่วนเท่านั้น นอกเหนือจากผลงาน 68 ประตูจาก 168 นัด กองหน้าหมายเลข 9 รายนี้มักตกเป็นเหยื่อของอารมณ์และความหงุดหงิดของตัวเอง รวมถึงข้อจำกัดด้านเทคนิคที่เขาไม่เคยพัฒนาได้จริง โดยเฉพาะจังหวะแตะบอลแรกและการเล่นประสานในพื้นที่แคบกับเพื่อนร่วมทีม แม้จะมีจุดเด่นเรื่องพลังการยิงและความแม่นยำ แต่ วลาโฮวิช อำลา ยูเวนตุส โดยทิ้งไว้เพียงถ้วยแชมป์เดียวในตู้สโมสร นั่นคือ โคปปา อิตาเลีย 2024 ซึ่งได้มาจากประตูของเขาในนัดชิงชนะเลิศกับ อตาลันตา
ข้อเท็จจริงที่ว่า วลาโฮวิช ไม่ใช่แชมเปี้ยนอย่างที่คนในโลกของ ยูเวนตุส เคยคาดหวัง ยังสะท้อนผ่านเส้นทางในตลาดซื้อขายของเขาด้วย ตลอดหลายเดือนหรืออาจหลายปีที่ผ่านมา ดาวยิงชาวเซิร์บรายนี้เคยมีความฝันที่ใหญ่กว่านั้น มีข่าวเชื่อมโยงกับ พรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะ อาร์เซนอล หรือไม่ก็ บาร์เซโลนา และ บาเยิร์น มิวนิค แต่สุดท้ายไม่มีสโมสรใดในกลุ่มนั้นพิจารณาเขาเลย เมื่ออายุ 26 ปี และกำลังเข้าสู่ช่วงเวลา 3 ปีข้างหน้าซึ่งเป็นระยะสำคัญที่สุดในอาชีพ วลาโฮวิช กลับต้องลงเอยกับลีกตุรกี แน่นอนว่าการพูดเช่นนี้เป็นไปด้วยความเคารพอย่างสูงต่อ เบซิคตัส และฟุตบอลตุรกี ซึ่งในช่วงเวลานี้มีทั้งความมั่งคั่งและความสามารถในการแข่งขันมากกว่าฟุตบอลอิตาลี แต่ที่นั่นก็ยังไม่ใช่ พรีเมียร์ลีก หรือ ลา ลีกา อย่างที่ วลาโฮวิช เคยใฝ่ฝัน
ในแง่ของสัญญา นักเตะชาวเบลเกรดที่เกิดในปี 2000 ถือว่าลงเอยได้อย่างยอดเยี่ยม ที่อิสตันบูลเขาจะรับค่าเหนื่อยสุทธิ 7.5 ล้านยูโรต่อฤดูกาล บวกโบนัส และค่าตอบแทนการเซ็นสัญญาก้อนโต ในมุมนี้ชัดเจนว่าเขาและทีมงานของเขาเป็นฝ่ายที่ออกมาได้ประโยชน์ที่สุด ขณะที่ ยูเวนตุส จนถึงตอนนี้ก็ยังหาตัวแทนของ วลาโฮวิช ไม่ได้ เพราะ โกโล มูอานี เป็นกองหน้าที่เคลื่อนที่สูง ชอบถ่างออกไปเล่นได้ตลอดแนวรุก มากกว่าจะยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าแบบคลาสสิกในกรอบเขตโทษ