สิ้นตำนาน ดอลลี่ พาร์ตัน นักร้องและนักแต่งเพลงเจ้าของผลงานอมตะ Jolene, 9 to 5 และ I Will Always Love You เสียชีวิตในวัย 80 ปี
วงการเพลงทั่วโลกร่วมอาลัยต่อการจากไปของดอลลี่ พาร์ตัน (Dolly Parton) ราชินีเพลงคันทรีชาวอเมริกัน หลังครอบครัวแจ้งว่าเธอเสียชีวิตเมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2569 ด้วยวัย 80 ปี ปิดฉากเส้นทางศิลปินที่ดำเนินมายาวนานเกือบ 6 ทศวรรษ
The Guardian รายงานว่า ไบรอัน ซีเวอร์ หลานชายของนักร้องดัง ประกาศข่าวผ่านอินสตาแกรม พร้อมกล่าวถึงความภาคภูมิใจ ความเศร้าของครอบครัวต่อการสูญเสียครั้งนี้ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตยังไม่มีการเปิดเผย
ก่อนหน้านี้ พาร์ตันเผชิญปัญหาสุขภาพ จนต้องยกเลิกการแสดงประจำที่ลาสเวกัสในเดือนพฤษภาคม 2569 ดอลลีเคยอธิบายว่า ระบบภูมิคุ้มกันและระบบย่อยอาหารของเธอมีปัญหา รวมถึงมีประวัตินิ่วในไต อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าอาการเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตหรือไม่
ดอลลี่ รีเบกกา พาร์ตัน เกิดวันที่ 19 มกราคม 2489 ที่รัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา เป็นลูกคนที่ 4 จากพี่น้องทั้งหมด 12 คน ครอบครัวอาศัยอยู่ในบ้านไม้หลังเล็กและมีฐานะยากจน ประสบการณ์ในวัยเด็กกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญในบทเพลงของเธอ โดยเฉพาะ Coat of Many Colors ซึ่งเล่าถึงเสื้อผ้าที่แม่เย็บขึ้นจากเศษผ้าหลากสี
ดอลลีเริ่มแต่งเพลงตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนย้ายไปแนชวิลล์หลังเรียนจบมัธยมศึกษาในปี 2507 ช่วงแรกทำงานเป็นนักแต่งเพลงและร่วมงานกับ พอร์เตอร์ วากอนเนอร์ นักร้องคันทรีชื่อดัง จากนั้นจึงแยกตัวออกมาสร้างผลงานเดี่ยวอย่างเต็มรูปแบบ
เจ้าของเพลงอมตะ Jolene และ I Will Always Love Youตลอดชีวิตการทำงาน พาร์ตันแต่งเพลงประมาณ 3,000 เพลง มียอดขายผลงานทั่วโลกรวมมากกว่า 100 ล้านชุด เพลงของเธอขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงคันทรีของสหรัฐฯ 25 เพลง รวมถึง Jolene, Coat of Many Colors, 9 to 5 และ I Will Always Love You
I Will Always Love You ถูกแต่งขึ้นเพื่ออำลาพอร์เตอร์ วากอนเนอร์ หลังพาร์ตันตัดสินใจออกจากรายการโทรทัศน์ของเขา เพลงนี้ขึ้นอันดับ 1 ชาร์ตคันทรีในปี 2517 ก่อนกลับมาโด่งดังไปทั่วโลกอีกครั้งจากเวอร์ชันของ วิทนีย์ ฮูสตัน ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์ The Bodyguard เมื่อปี 2535
ส่วน 9 to 5 ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อเดียวกัน พาเธอขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงป๊อปของสหรัฐฯ และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เธอยังฝากผลงานการแสดงในภาพยนตร์ Steel Magnolias, The Best Little Whorehouse in Texas และ Rhinestone
พาร์ตันคว้ารางวัลแกรมมี่ 11 ครั้ง รวมถึงรางวัลเกียรติยศ Lifetime Achievement Award ได้รับการบรรจุชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศนักแต่งเพลง หอเกียรติยศเพลงคันทรี และหอเกียรติยศร็อกแอนด์โรล
จากนักร้องคันทรีสู่ผู้สร้างโอกาสให้เด็กทั่วโลกนอกเหนือจากงานเพลง ดอลลี่ พาร์ตัน ยังเป็นนักธุรกิจและนักการกุศล เธอร่วมพัฒนาสวนสนุก Dollywood ในรัฐเทนเนสซี และก่อตั้งโครงการ Imagination Library เมื่อปี 2538 เพื่อส่งหนังสือให้เด็กเล็กฟรีทุกเดือน ปัจจุบันโครงการขยายไปยังหลายประเทศและแจกหนังสือประมาณ 25 ล้านเล่มต่อปี
ในปี 2563 เธอบริจาคเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์ เพื่อสนับสนุนงานวิจัยวัคซีนโควิด-19 ซึ่งมีส่วนเชื่อมโยงกับการพัฒนาวัคซีนของโมเดอร์นา นอกจากนี้ยังช่วยเหลือผู้ประสบภัยไฟป่า มอบทุนการศึกษา และสนับสนุนโรงพยาบาลในบ้านเกิด
สามีของเธอ คาร์ล ดีน ซึ่งใช้ชีวิตคู่ร่วมกันเกือบ 60 ปี เสียชีวิตเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ในวัย 82 ปี หลังจากนั้นพาร์ตันแต่งเพลง If You Hadn’t Been There เพื่อรำลึกถึงเขา
การจากไปของดอลลี่ พาร์ตัน ทิ้งผลงานเพลงที่ข้ามผ่านยุคสมัย ตลอดจนโครงการเพื่อสังคมที่ยังคงดำเนินต่อไป สมดังสิ่งที่เธอเคยตั้งใจไว้ว่า อยากให้ผู้คนจดจำเธอในฐานะนักแต่งเพลง และให้บทเพลงเป็นมรดกที่ฝากไว้กับโลก
ข่าวล่าสุด