ปาฏิหาริย์! 3 ชีวิตรอดตายบนปีกเครื่องบิน หลังตกทะเลสาบน้ำแข็งในอลาสก้า 12 ชม.
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นักบินและเด็กผู้หญิงอีก 2 คน รอดชีวิตหลังจากเครื่องบินเล็กที่พวกเขานั่งมาตกลงไปในทะเลสาบที่กลายเป็นน้ำแข็งในอลาสก้านานถึงราว 12 ชั่วโมง โดยเครื่องบินบางส่วนจมอยู่ใต้น้ำ แต่ยังโชคดีที่ส่วนปีกของเครื่องบินยังลอยอยู่เหนือน้ำ ซึ่งทำให้พวกเขาได้ใช้มันเป็นเครื่องช่วยชีวิต
เครื่องบินเล็กดังกล่าวซึ่งไม่มีสัญญานแจ้งตำแหน่งหายไปในวันอาทิตยที่ 23 มีนาคม ทำให้มีการแจ้งขอความช่วยเหลือบนเฟซบุ๊ก ก่อนที่เช้าวันจันทร์นักบิน 12 คน ซึ่งรวมถึงเทอร์รี โกเดส ได้ออกไปช่วยกันค้นหาพวกเขาในพื้นที่ห่างไกล โดยโกเดสได้มุ่งหน้าไปยังทะเลสาบทัสตูเมนา ใกล้กับปลายธารน้ำแข็ง ก่อนที่เขาจะมองเห็นสิ่งที่คิดว่าเป็นซากเครื่องบิน
โกเดสรับว่า สิ่งที่เห็นทำให้เขาใจสลายในตอนแรก แต่เมื่อเขาบินเข้าไปใกล้และบินต่ำลงไป เขากลับมองเห็นคน 3 คนบนปีกเครื่องบินลำนี้ เขาสวดภาวนาและบินลงไปใกล้ๆ มากขึ้น และได้เห็นสิ่งที่เป็นปาฏิหาริย์ นั่นคือทั้ง 3 คนยังมีชีวิตและโบกมือให้กับเขา
หน่วยทหารของสหรัฐในอลาสก้าได้เข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้ง 3 คนที่ฝั่งตะวันออกของทะเลสาบทัสตูเมนา เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 12 ชั่วโมงหลังจากที่พวกเขาขาดการติดต่อไป
ขณะนี้ทั้ง 3 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว และโชคดีที่แม้พวกเขาจะได้รับบาดเจ็บแต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต
โกเดสบอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นหลายอย่างถือเป็นปาฏิหาริย์ ตั้งแต่เครื่องบินเล็กของพวกเขาไม่จมลงไปในทะเลสาบ ทำให้พวกเขาทั้ง 3 คนสามารถหนีมาอยู่บนปีกเครื่องบินได้ และยังรอดชีวิตจากอุณหภูมิยามค่ำคืนที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง
ทั้งนี้ เครื่องบินที่หายไปคือเครื่องบิน Piper PA-12 Super Cruiser ซึ่งนักบินชายกับเด็กสองคนในครอบครัวของเขาได้บินไปชมทัศนียภาพของทะเลสาบ ก่อนจะประสบอุบัติเหตุ การใช้เครื่องบินถือเป็นการเดินทางตามปกติในอลาสก้าซึ่งมีถนนไม่มากนัก ทำให้เครื่องบินถือเป็นพาหนะหลักในการเดินทางของชาวอลาสก้า