‘พิพัฒน์’ ดันใช้โดรนหนุนศักยภาพยกระดับขนส่ง-กู้ภัยฉุกเฉิน
GH News March 19, 2026 06:14 PM

‘พิพัฒน์’ ถก ‘Ehang’ หนุนเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ หวังยกระดับการเดินทางขนส่ง-การแพทย์-กู้ภัย ขณะที่ CAAT เร่งจัดทำกฎระเบียบรองรับ ด้าน EHang สนใจตั้งฐานในไทย ชี้มีศักยภาพสูงทั้งท่องเที่ยวและพลังงานสะอาด

19 มี.ค. 2569 – นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับคณะผู้บริหารบริษัท EHang ผู้นำด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (eVTOL) และระบบการคมนาคมทางอากาศสมัยใหม่ (Advanced Air Mobility: AAM) ระดับโลก ซึ่งนำโดยนายหวัง เจา (Wang Zhao) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และผู้แทนบริษัทในประเทศไทย ว่า รัฐบาลไทยมีนโยบายเปิดรับเทคโนโลยีการคมนาคมรูปแบบใหม่จากต่างประเทศ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในหลากหลายมิติ ครอบคลุมการเดินทางในเขตเมือง การให้บริการทางการแพทย์ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการขนส่งในพื้นที่เข้าถึงยาก โดยย้ำว่าการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้จำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการกำหนดมาตรการกำกับดูแลที่ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในระยะยาว

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เร่งจัดทำกรอบกฎหมายและกฎระเบียบ (Regulatory Framework) เพื่อรองรับเทคโนโลยีการบินรูปแบบใหม่อย่างครบถ้วน ทั้งในด้านมาตรฐานอากาศยาน การออกใบอนุญาตผู้ประกอบการและบุคลากร ตลอดจนการบริหารจัดการห้วงอากาศ ให้มีความพร้อมก่อนการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกัน ภาครัฐจะทำหน้าที่สนับสนุนด้านนโยบายและอำนวยความสะดวกในการลงทุน โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยเข้าร่วมลงทุนกับบริษัทต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมในประเทศ

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) กล่าวว่า การนำอากาศยาน eVTOL และโดรนมาใช้งานในประเทศไทย ต้องอยู่ภายใต้กรอบมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล โดยปัจจุบัน CAAT อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบในทุกมิติ ทั้งการรับรองแบบอากาศยาน การออกใบอนุญาตผู้ปฏิบัติการและบุคลากร ระบบบริหารจัดการจราจรทางอากาศสำหรับอากาศยานไร้คนขับ รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขสำคัญ เช่น ผู้ประกอบการต้องมีฐานการดำเนินงานในประเทศไทย เพื่อให้สามารถกำกับดูแล ตรวจสอบ และพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ขณะที่บริษัท EHang ระบุว่า บริษัทมีประสบการณ์ในการทดสอบและให้บริการในมากกว่า 20 ประเทศ และได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานภาครัฐของประเทศจีน โดยมีความพร้อมในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูง ทั้งในด้านการท่องเที่ยว การแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตเมือง การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและการแพทย์ฉุกเฉิน ตลอดจนการขนส่งสินค้าในพื้นที่ทุรกันดาร และมองว่าไทยมีจุดแข็งด้านพลังงานสะอาด โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งสามารถนำมาสนับสนุนการดำเนินงานของอากาศยานไฟฟ้าในอนาคตได้อย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีความสนใจในการจัดตั้งฐานการดำเนินงานในประเทศไทย พร้อมทั้งขอรับคำแนะนำด้านกฎหมายและการลงทุน โดยฝ่ายไทยจะประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อพิจารณาแนวทางความร่วมมือในระยะต่อไป

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.