ตลาดสี่มุมเมือง ยกระดับสู่ ‘Simummuang Sustainable City’ ต้นแบบความยั่งยืนระดับสากล
GH News March 19, 2026 07:13 PM

ตลาดสี่มุมเมือง ศูนย์กลางค้าส่งผักผลไม้และของสดชั้นนำของเอเชีย เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย ‘Simummuang Sustainable City’ ประกาศ Roadmap 5 ปี ยกระดับการบริหารจัดการเมือง ต้นแบบศูนย์กลางค้าส่งที่เติบโตควบคู่เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามกรอบ ESG อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านแกนหลัก 3 ด้าน ได้แก่ พลังงาน, การจัดการของเสีย และสังคม

19 มี.ค. 2569 – นางสาวไอริณ ภัทรประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสายงานพัฒนาองค์กร บริษัท ดอนเมืองพัฒนา จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจ ‘ตลาดสี่มุมเมือง’ เปิดเผยว่า Simummuang Sustainable City’ คือการปรับโครงสร้างธุรกิจในระดับระบบ เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับหลักสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงโครงการระยะสั้น แต่คือการบูรณาการความยั่งยืนเข้าสู่แกนกลยุทธ์ขององค์กรโดยตรง โดยในบริบทเศรษฐกิจปัจจุบัน ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก หากเป็นเงื่อนไขของความสามารถในการแข่งขันและการบริหารความเสี่ยงระยะยาว ทั้งด้านต้นทุนพลังงาน การใช้ทรัพยากร และความเชื่อมั่นของสังคม ความท้าทายสำคัญจึงไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีราคาแพงหรืองบลงทุนสูง แต่คือการปรับวิธีคิดของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนับหมื่นคนในระบบนิเวศของตลาด ให้เห็นตรงกันว่า ‘ขยะคือทรัพยากร’ พลังงานสะอาดคือความมั่นคงทางธุรกิจ และการเติบโตต้องไม่แลกมาด้วยต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม

“เราขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องนานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี 2556 ครอบคลุมตั้งแต่การคัดแยกและเพิ่มมูลค่าขยะ เช่น การแปรรูปขยะอินทรีย์เป็นอาหารสัตว์ การบริหารจัดการขยะรีไซเคิล การพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย ไปจนถึงการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคารห้องเย็น โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้คือรากฐานของ Simummuang Sustainable City ในปัจจุบัน” นางสาวไอริณ กล่าว

ทั้งนี้ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ตลาดสี่มุมเมืองยังได้ดำเนินการประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร (CFO) ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ในปี 2567 จากการบริหารจัดการขยะภายใต้โครงการ LESS ตลาดสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 40,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมจัดกิจกรรม Carbon Neutral Event ซึ่งสร้างผลลัพธ์เทียบเท่าการปลูกต้นไม้มากกว่า 14,000 ไร่

ขณะเดียวกันตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ตลาดบริหารโดยยึดหลัก ESG ควบคู่แนวคิดการสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) โดยเชื่อว่าความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้เมื่อทุกภาคส่วน พ่อค้าแม่ค้า แรงงาน และพนักงาน ก้าวไปพร้อมกัน โดยเริ่มจากทุกคนเห็นเป้าหมายที่ตรงกัน และสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าให้ตลาดสี่มุมเมืองเป็นต้นแบบขององค์กรไทยที่ขับเคลื่อนธุรกิจตามหลัก ESG โดยพิสูจน์ว่าโมเดลธุรกิจสีเขียวไม่เพียงสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และดูแลสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ผ่าน 3 แกนหลักของ Simummuang Sustainable City

1. ด้านพลังงาน (Energy): วางรากฐานพลังงานสะอาดทั้งระบบ เพื่อก้าวสู่ Net Zero ในอนาคต

ตลาดสี่มุมเมืองเดินหน้ายกระดับการบริหารจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานทั้งองค์กร ตั้งเป้าสามารถลดต้นทุนพลังงานรวมได้กว่า 24 ล้านบาทต่อปี โครงการสำคัญประกอบด้วย

การติดตั้ง Solar Cell กำลังการผลิตรวม 3.98 เมกะวัตต์พีก (MWp) ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 19 ล้านบาทต่อปี และเป็นกลไกหลักในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนของตลาดอย่างต่อเนื่อง

มาตรการยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานทั้งระบบ อาทิ การควบคุมอุณหภูมิห้องเย็นอย่างเหมาะสม การปรับปรุงระบบทำความเย็น และการเปลี่ยนอุปกรณ์เป็นรุ่นประสิทธิภาพสูงประหยัดพลังงาน ช่วยลดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้อีกประมาณ 5 ล้านบาทต่อปี

พัฒนาระบบติดตามและบริหารจัดการการใช้พลังงาน (Monitoring Platform): ลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันดีเซลลง 15% ภายในปี 2028

สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV): เริ่มปรับเปลี่ยนรถจักรยานยนต์และรถยนต์ขององค์กรเป็นยานยนต์ไฟฟ้าภายในปีนี้ พร้อมพัฒนาจุดชาร์จไฟฟ้าให้ครอบคลุมพื้นที่ตลาด เพื่อรองรับผู้ค้าและผู้ใช้บริการ โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 15% ภายใน 3 ปี

2. การจัดการของเสีย (Waste): ตั้งเป้า Zero Waste to Landfill ภายในปี 2570 ลดขยะฝังกลบให้เป็นศูนย์

ตลาดสี่มุมเมืองมีปริมาณขยะมากกว่า 230 ตันต่อวัน ปัจจุบันสามารถ ลดปริมาณขยะฝังกลบได้รวม 50% ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะกว่า 10.5 ล้านบาทต่อปี โดยมีการคัดแยกและนำขยะกลับมา รีไซเคิลและแปรรูปได้ประมาณ 34% ของปริมาณทั้งหมด ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะกว่า 7.2 ล้านบาทต่อปี และสร้างรายได้จากการแปรรูปประมาณ 26 ล้านบาทต่อปี ขณะเดียวกันยังมีการ คัดแยกขยะอินทรีย์เปียกและบีบน้ำเพื่อลดน้ำหนักก่อนขนส่ง ปริมาณประมาณ 35 ตันต่อวัน (15% ของขยะทั้งหมด) ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการฝังกลบได้กว่า 3.3 ล้านบาทต่อปี

ในปี 2027 ตลาดฯ ตั้งเป้า “Zero Waste to Landfill” หรือการลดขยะฝังกลบให้เป็นศูนย์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดค่าฝังกลบได้เกือบ 3 เท่าของปัจจุบัน หรือสูงถึง 22 ล้านบาท ผ่านการยกระดับระบบบริหารจัดการขยะอย่างครบวงจร เปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่า ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

การเพิ่มมูลค่าจากขยะ (Waste to Value): ตลาดคัดแยกขยะอินทรีย์และรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ สร้างรายได้รวมประมาณ 26 ล้านบาทต่อปี มีการนำขยะอินทรีย์ไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์จากของเหลือใช้ เช่น สบู่เหลวจากเปลือกส้มโอเพื่อใช้ในห้องน้ำทั่วทั้งตลาด ปัจจุบันผลิตได้ 14,000 ลิตรต่อปี และช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ 180,000 ต่อปี และในปีนี้ 2026 ตลาดมีแผนผลิตปุ๋ยจากขยะอินทรีย์ คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้กว่า 77 ล้านบาทต่อปี รวมถึงการนำขยะส่วนที่เหลือไปผลิตเป็นเชื้อเพลิง (RDF) ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะได้เพี่มอีกประมาณ 5 ล้านบาทต่อปี

ระบบบำบัดน้ำเสีย (Water Treatment): ตลาดฯ มีระบบบำบัดน้ำเสียผ่านมาตรฐานสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปทุมธานี รองรับการบำบัดวันละ 6,500 ลบ.ม. และนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ ช่วยลดค่าใช้น้ำได้ประมาณ 800,000 บาทต่อปี

3. ด้านสังคม (Social): ยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสอย่างยั่งยืนให้กับทุกคนในระบบนิเวศของตลาดฯ

ตลาดสี่มุมเมืองมุ่งดูแลผู้ประกอบการ พนักงาน แรงงาน และชุมชนรอบข้างในฐานะ “ครอบครัวสี่มุมเมือง” โดยให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพชีวิตและการพัฒนาศักยภาพระยะยาว

โรงเรียนพัฒนาวิทยา: ก่อตั้งขึ้นเพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพแก่บุตรหลานของพนักงานและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดฯ พร้อมช่วยลดภาระการเดินทางและค่าใช้จ่ายของครอบครัว

สี่มุมเมือง Academy: ศูนย์พัฒนาโอกาสและทักษะอาชีพ ที่เปิดหลักสูตรอบรมฟรีสำหรับผู้ค้า ผู้เริ่มต้นธุรกิจ ผู้ประกอบการ และผู้สนใจทั่วไป โดยเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญควบคู่ประสบการณ์จริง พร้อมหลักสูตรต่อยอดด้านการตลาดออนไลน์ การส่งเสริมการขาย และการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในยุคดิจิทัล และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของผู้ประกอบการ

สวัสดิการเพื่อดูแลครอบครัวสี่มุมเมือง: ตลาดมีบริการตรวจสุขภาพ รถทันตกรรมเคลื่อนที่ และวัคซีนที่จำเป็น อาทิ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ค้าและแรงงานในตลาดสำหรับแรงงานไทย มีสวัสดิการเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิต เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวและสร้างหลักประกันขั้นพื้นฐาน ขณะที่แรงงานต่างชาติ ได้รับการสนับสนุนผ่านศูนย์บริการด้านเอกสารการทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ในราคาประหยัดกว่าค่าบริการภายนอกถึง 25% เพื่อส่งเสริมการจ้างงานที่เป็นธรรมและโปร่งใส ทั้งหมดสะท้อนความมุ่งมั่นของตลาดในการดูแล “ครอบครัวสี่มุมเมือง” อย่างรอบด้านและต่อเนื่อง

เชื่อมโยงสู่สังคมภายนอก: ร่วมมือกับองค์กรภาคสังคม อาทิ มูลนิธิ SOS ประเทศไทย ส่งต่อวัตถุดิบอาหารคุณภาพกระจายสู่ชุมชนเปราะบางในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมเปิดตลาดเป็นพื้นที่เรียนรู้ให้สถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่าง ๆ เข้าศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการและความยั่งยืน

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.