‘ธปท.’ ยันไม่มีแนวคิดให้ใบอนุญาตรายย่อยเทรดFX ลงดาบปิดบัญชีใช้ QR Code รับชำระเงินหยวนโดยตรง
GH News June 26, 2026 07:12 PM

‘ผู้ว่าแบงก์ชาติ’ ยันไม่มีแนวคิดให้ใบอนุญาตรายย่อยเทรด FX เพื่อเก็งกำไร ลงดาบปิดบัญชีที่ใช้ QR Code รับชำระเป็นเงินหยวนโดยตรง ขึงเกณฑ์เข้มทุกธุรกรรมต้องแปลงเป็นเงินบาทก่อน พร้อมชูบทบาทช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ ปูพรมเติบโตยั่งยืนเต็มศักยภาพ

26 มิ.ย. 69 – นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีธุรกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อเก็งกำไรจากส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange : Forex) ที่กำลังมีกระแสข่าวอยู่ในขณะนี้ ว่า ธปท.ยืนยันว่าไม่มีแนวคิด หรือนโยบายที่จะออกใบอนุญาตให้รายย่อยลงทุนซื้อขายเพื่อเก็งกำไรค่าเงิน หรือเทรดค่าเงิน (FX) เนื่องจากมองว่าไม่มีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ ซึ่งไทยและอีกหลายประเทศที่ไม่ได้มีนโยบายให้รายย่อยดำเนินการในลักษณะนี้

ส่วนกรณี Payment Gateway เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตต้องเข้มงวดเรื่องการตรวจสอบร้านค้า (Merchant Due Diligence) หากพบความบกพร่องหรือกระทำผิดกฎหมาย ธปท.พร้อมสั่งปรับหรือถอนใบอนุญาตทันที ตรงนี้ถือเป็นกระบวนการปกติ เช่นเดียวกับกรณีการใช้เงินหยวนซื้อขายในประเทศไทย ผ่าน QR Code Payment นั้น ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า การชำระเงินผ่านระบบ QR Code ในประเทศไทยนั้น จะต้องมีการแปลง (Convert) เป็นสกุลเงินบาทก่อนเสมอ ดังนั้นหากพบกรณีที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ก็จะต้องมีการตรวจสอบและติดตาม ซึ่งปัจจุบันได้มีการสั่งปิดช่องทางดังกล่าวแล้ว

“ธปท. ยังไม่มีแนวคิดหรือนโยบายที่จะเปิดให้ใบอนุญาตรายย่อย หรือประชาชนมีการเก็งกำไรจากการเทรดค่าเงิน (FX) แม้ว่าในภาพรวมเรื่องการเทรด FX นั้นจะมีหลาบใบอนุญาต เช่น ธนาคารพาณิชย์สามารถทำการซื้อขาย FX ได้อยู่แล้วในตลาดอินเตอร์แบงก์ หรือธนาคารพาณิชย์สามารถให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ​และบริการส่งเงินตราต่างประเทศได้อยู่แล้ว มีใบอนุญาตเรื่อง Money Changer และการโอนเงิน (Money Transfer) สะท้อนว่ามีหลายใบอนุญาตที่ ธปท. ให้ทำ แต่สิ่งที่ ธปท. ยังไม่ใด้ทำ และหลายประเทศก็ยังไม่ได้ให้ทำ คือการเก็งกำไรจากการเทรด FX เพราะเราเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ดังนั้นถ้าใครจะส่งออกเงินหรือแลกเงินก็ไปบริษัทที่ทำเรื่อง Money Transfer หรือ Money Exchange หรือไปธนาคารพาณิชย์ได้อยู่แล้ว” ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว

อย่างไรก็ดี กรณีที่ก่อนหน้านี้ ธปท. ได้มีการออกมาตรการคุมเรื่องการซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชัน การฝากหรือถอนเงินสดในมูลค่าที่สูง ๆ เพื่อแก้ปัญหาเงินทุนสีเทา หรือธุรกิจสีเทา จนทำให้เกิดความกังวลว่ากระบวนการดังกล่าวจะทำให้เงินทุนที่ ธปท. ต้องการควบคุมไหลไปยังธุรกิจ Payment Gateway แทนหรือไม่นั้น นายวิทัย กล่าวยืนยันว่า ไม่เกี่ยว เป็นคนละเรื่อง และไม่ได้มีความสัมพันธ์กัน แต่การเข้มงวดเรื่องการถอนเงินสดที่มูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ได้ช่วยลดปริมาณการถอนเงินสดของรายใหญ่ลงแล้ว 35% และจะเดินหน้ากระบวนการจัดการบัญชีม้า ยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบและปิดบัญชีต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรการทุจริต ธุรกิจสีเทา และพนันออนไลน์ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ประเทศไทยดีขึ้นได้

ทั้งนี้ ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา CAPITAL WITH PURPOSE 2026 UNLOCKING ESG VALUE THROUGH GREEN FINANCE ในหัวข้อ Sustainability as Competitiveness : Reinventing Growth for Thailand ว่า โลกปัจจุบันไม่ได้พูดถึงคุณค่าของบริษัทในเรื่องการสร้างกำไรสูงสุดแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญเรื่องการสร้างคุณค่าร่วมของบริษัท ว่าการจะสร้างกำไรในระยะยาวจะต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และผ้มีส่วนได้เสียในธุรกิจด้วย จึงกลายเป็นโลกสมัยใหม่ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับกำไรสูงสุด แต่ต้องเป็นกำไรในระดับที่เหมาะสม โดยอยู่ได้ในระยะยาว

ดังนั้น เศรษฐกิจที่จะแข่งขันได้ในระยะยาวจึงต้องสร้างคุณค่าได้ มีความยั่งยืน และดีจริง สามารถแก้ปัญหาได้จริง ซึ่งที่ผ่านมา ธปท. ไม่ได้อยู่ในยุคที่ดูแลเพียงดอกเบี้ยนโยบายหรือใช้นโยบายการเงินอย่างเดียว แต่มีการปรับให้นโยบายการเงินผ่อนคลายมากขึ้นเพื่อประคองเศรษฐกิจ โดยเป้าหมายปลายทางคือ เศรษฐฏิจดีขึ้น คนและธุรกิจมีรายได้มากขึ้น นี่คือการปรับบทบาทของ ธปท. ในการบริหารอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ตามบริบทเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป

“เราไม่ได้อยู่บนความคิดแบบเดิมที่ว่า เงินทุน หรือเงินลงทุนจะไหลไปสู่ธุรกิจที่ทำกำไรสูงสุดแต่เพียงอย่างเดียว แต่ปัจจุบันไหลไปสู่ธุรกิจที่มีกำไร แต่ยังตอบสนองด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่ง ธปท. ได้ปรับบทบาทตัวเองมาช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาวของเศรษฐกิจที่ปัจจุบันมีตัวเหนียวให้การเติบโตน้อยลงไปเรื่อย ๆ จนศักยภาพเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเหลือเพียง 2.7% แม้จะใส่ทรัพยากรทั้งหมดที่เรามีแล้วก็ตาม เพราะปัญหาของเศรษฐกิจไทยตอนนี้มีแต่คนวิเคราะห์ ไม่มีคนลงมือทำมันก็จะอยู่ไปอย่างนี้ ดังนั้น ธปท. จึงต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้เกิดการปฏิรูปเพื่อแก้ปัญหาระยะยาวให้เกิดความยั่งยืน หวังให้คนจนลดลง เงินเทาและเศรษฐกิจใต้ดินลดลง” ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.