โฟล์คสวาเกน เอจี กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากในช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากการประชุมคณะกรรมการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มีรายงานว่า ผู้ผลิตรถยนต์รายนี้มีแผนที่จะลดกำลังการผลิตและจำนวนรุ่นรถลงมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ในหลายแบรนด์ภายใต้เครือ แต่สถานการณ์กลับพลิกเมื่อรายงานระบุว่าตัวแทนแรงงานของโฟล์คสวาเกนได้ลงมติคัดค้านแผนการปรับโครงสร้างดังกล่าว หลังจากมีการลงคะแนนในคณะกรรมการกำกับดูแล โดยแหล่งข่าวสองรายที่ให้ข้อมูลกับสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า คณะกรรมการกำกับดูแลซึ่งมีโครงสร้างการบริหารที่ให้อำนาจเสียงข้างมากแก่ตัวแทนแรงงานและรัฐบาลรัฐโลเวอร์แซกโซนี มีมติ 12 ต่อ 7 เสียงไม่เห็นชอบต่อข้อเสนอปรับโครงสร้างนี้
แผนเบื้องต้นดังกล่าวสร้างความไม่พอใจทันทีในหมู่พนักงานชาวเยอรมันของบริษัทในวันพฤหัสบดี โดยสหภาพแรงงานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอย่าง ไอจี เมทัล (IG Metall) ได้ระดมสมาชิกจากโรงงานผลิตของโฟล์คสวาเกนทั่วประเทศ เพื่อเรียกร้องให้บริษัทจัดทำแผนที่มีมาตรการคุ้มครองที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของการผลิตภายในประเทศเยอรมนีเอง
โอลิเวอร์ บลูเม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโฟล์คสวาเกน ได้ยืนยันแผนการลดกำลังการผลิตทั่วโลกจาก 12 ล้านคันต่อปี เหลือเพียง 9 ล้านคันต่อปี นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าแผนดังกล่าวรวมถึงการปลดพนักงานมากถึง 100,000 ตำแหน่ง และการปิดโรงงานผลิตในเยอรมนีมากถึง 4 แห่ง ซึ่งหากดำเนินการจริง จะถือเป็นการปรับลดแรงงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่คณะกรรมการซึ่งมีตัวแทนแรงงานร่วมอยู่ด้วยจะลงมติคัดค้านแผนนี้
บลูเมต้องเผชิญภารกิจที่ท้าทายอย่างยิ่งในขณะนี้ ผู้บริหารรายนี้พยายามทำให้กลุ่มโฟล์คสวาเกน ซึ่งมีขนาดใหญ่และซับซ้อน มีความคล่องตัวมากขึ้น ในขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากการขยายตัวของการผลิตรถยนต์จากประเทศจีน รวมถึงนโยบายภาษีที่ไม่เป็นมิตรจากสหรัฐอเมริกา การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อเพิ่มผลกำไรเท่านั้น แต่ยังเป็นการกำหนดทิศทางความสำเร็จของบริษัทและแบรนด์ในเครือทั้งหมดในอนาคต
หากโฟล์คสวาเกนไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกับตัวแทนแรงงานได้ ประเด็นนี้อาจกลายเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อสำหรับกลุ่มโฟล์คสวาเกนโดยรวม แม้ว่าสัญญาระหว่างบริษัทกับสหภาพแรงงานจะมีข้อกำหนดคุ้มครองไม่ให้เกิดการนัดหยุดงาน แต่ฝ่ายบริหารของสหภาพแรงงานได้ระบุผ่านรอยเตอร์ว่า พวกเขาเตรียมเพิ่มระดับการดำเนินการทางอุตสาหกรรมหากโฟล์คสวาเกนเดินหน้าลดความมั่นคงในการจ้างงานของพนักงาน