เดอะ อินดีเพนเดนท์
·14 กรกฎาคม 2026
เมื่อการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์ ไม่เพียงแต่ผลงานและการคัดเลือกนักเตะเท่านั้นที่ตกอยู่ภายใต้สายตาของแฟนบอลทั่วโลก
การแต่งตั้งผู้ตัดสินกลายเป็นประเด็นร้อน โดยเฉพาะหลังจากมีการประกาศให้ทีมผู้ตัดสินทั้งหมดจากอาร์เจนตินารับหน้าที่ในเกมที่ฝรั่งเศสเอาชนะโมร็อกโก 2-0 เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
แฟนบอลจำนวนมากบนโลกออนไลน์ตั้งคำถามถึงการเลือกดังกล่าว เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นทีมเต็ง จะต้องพบกับแชมป์เก่าอย่างอาร์เจนตินาในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะเป็นการรีแมตช์ของรอบชิงปี 2022
ฟีฟายังยืนยันด้วยว่า ผู้ตัดสินชาวอังกฤษ แอนโทนี เทย์เลอร์ และไมเคิล โอลิเวอร์ ไม่สามารถทำหน้าที่ตัดสินเกมที่เกี่ยวข้องกับอาร์เจนตินาได้ เนื่องจากสงครามฟอล์กแลนด์เมื่อ 44 ปีก่อน
ต่อไปนี้คือคำถามและคำตอบเกี่ยวกับวิธีที่ฟีฟาแต่งตั้งผู้ตัดสินในศึกฟุตบอลโลก
ปัจจัยสำคัญที่สุดในการแต่งตั้งผู้ตัดสินในฟุตบอลโลกคือผลงานโดยรวมของพวกเขา เนื่องจากผู้ตัดสินมักจะทำงานร่วมกับผู้ช่วยผู้ตัดสินสองคนตลอดทัวร์นาเมนต์
คณะกรรมการผู้ตัดสินของฟีฟา ซึ่งมีปิแอร์ลุยจิ โคลลินา อดีตผู้ตัดสินนัดชิงฟุตบอลโลกและหนึ่งในผู้ตัดสินที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดตลอดกาล เป็นประธาน จะติดตามและประเมินผลงานของผู้ตัดสินเหล่านี้เป็นเวลาหลายปี
แม้ว่าฟอร์มการตัดสินและการตัดสินใจที่ถูกต้องจะเป็นองค์ประกอบหลัก แต่ยังมีปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
เป็นที่ชัดเจนว่าผู้ตัดสินไม่สามารถทำหน้าที่ในเกมที่มีประเทศของตนเองลงแข่งได้ และเดอะ อินดีเพนเดนท์ได้รับการยืนยันว่า ผู้ตัดสินจะไม่ถูกแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ในเกมที่ผลการแข่งขันอาจส่งผลโดยตรงต่อประเทศบ้านเกิดของตนในทัวร์นาเมนต์
ตัวอย่างเช่น ผู้ตัดสินชาวอังกฤษจะไม่ได้รับมอบหมายให้ตัดสินเกมในกลุ่มเดียวกับอังกฤษ เช่น ปานามา พบ โครเอเชีย นอกจากนี้ ผู้ตัดสินชาวอังกฤษยังไม่สามารถทำหน้าที่ในเกมระหว่างอาร์เจนตินา พบ สวิตเซอร์แลนด์ได้ เนื่องจากผู้ชนะอาจต้องเจอกับอังกฤษในรอบรองชนะเลิศ
ปิแอร์ลุยจิ โคลลินา ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสินของฟีฟา (รอยเตอร์)
อย่างไรก็ตาม หลักการนี้จะใช้ได้เฉพาะในกรอบของ “ผลต่อเกมถัดไป” เท่านั้น ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ตัดสินจากอาร์เจนตินาทั้งชุดจึงสามารถทำหน้าที่ในเกมที่ฝรั่งเศสชนะโมร็อกโก 2-0 ในรอบก่อนรองชนะเลิศได้ แม้ว่าอาร์เจนตินาอาจเป็นคู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศก็ตาม
โดยปกติแล้ว ฟีฟาจะพยายามแต่งตั้งผู้ตัดสินจากสมาพันธ์ที่เป็นกลาง เช่น หากทีมจากแอฟริกาพบกับทีมจากอเมริกาใต้ ผู้ตัดสินจากยุโรปอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ในทำนองเดียวกัน หากสองทีมจากยุโรปพบกัน เช่น สเปนชนะเบลเยียมในรอบก่อนรองชนะเลิศ ผู้ตัดสินสามารถเป็นชาวยุโรปได้เช่นกัน เช่นกรณีของไมเคิล โอลิเวอร์ ผู้ตัดสินชาวอังกฤษ
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอื่น ๆ เช่น เหตุผลทางการเมือง ตัวอย่างเช่น ผู้ตัดสินชาวอเมริกันจะไม่ถูกแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ในเกมที่อิหร่านลงแข่งในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ
แม้จะไม่มีข้อบังคับตายตัว แต่ฟีฟาจะพิจารณาตามสามัญสำนึกและตระหนักถึงสถานการณ์ที่อ่อนไหวทางการเมืองเป็นอย่างดี แหล่งข่าวหนึ่งระบุว่ากระบวนการนี้ “ค่อนข้างยืดหยุ่น”
โฆษกของฟีฟายืนยันว่า สงครามฟอล์กแลนด์ในปี 1982 เป็นปัจจัยที่นำมาพิจารณาในการแต่งตั้งผู้ตัดสิน ดังนั้นผู้ตัดสินชาวอังกฤษจะไม่ถูกแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ในเกมของอาร์เจนตินา หรือเกมที่ผลการแข่งขันอาจส่งผลต่ออาร์เจนตินาโดยตรง และในทางกลับกันก็เช่นเดียวกัน
ด้วยเหตุนี้ ผู้ตัดสินชาวอังกฤษไม่ว่าจะเป็นไมเคิล โอลิเวอร์หรือแอนโทนี เทย์เลอร์ จะไม่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ในรอบชิงชนะเลิศ เนื่องจากอังกฤษและอาร์เจนตินากำลังจะพบกันในรอบรองชนะเลิศ
ไมเคิล โอลิเวอร์ ไม่สามารถทำหน้าที่ในเกมของอาร์เจนตินาได้ (รอยเตอร์)
สงครามฟอล์กแลนด์ยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะหลังจากผู้เล่นอาร์เจนตินาร่วมร้องเพลงชื่อ “มูชาชอส” ซึ่งมีเนื้อหากล่าวถึง “มัลวีนัส” ชื่อที่อาร์เจนตินาใช้เรียกหมู่เกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ หลังจากที่พวกเขาเอาชนะอียิปต์
อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในอดีตอย่างสงครามโลกครั้งที่สองไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาอีกต่อไป ดังนั้น ผู้ตัดสินชาวเยอรมันสามารถทำหน้าที่ในเกมของอังกฤษได้
ใช่ เคยมีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น ในฟุตบอลโลกปี 2006 ผู้ตัดสินชาวอาร์เจนตินา โอราซิโอ เอลิซอนโด เป็นผู้ตัดสินในเกมที่อังกฤษแพ้โปรตุเกสในรอบก่อนรองชนะเลิศ เกมนั้นเป็นที่จดจำจากใบแดงของเวย์น รูนีย์ หลังเกิดเหตุการณ์ปะทะกับริคาร์โด คาร์วัลโญ
ฟีฟาไม่สามารถยืนยันได้ว่าทำไมแนวทางปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับสงครามฟอล์กแลนด์จึงยังไม่ถูกนำมาใช้เมื่อ 20 ปีก่อน