น้อง ม. เปิดใจดราม่าบูลลี่วิศวะ มข. เผย HR จากหลายบริษัทติดต่อขอรายชื่อกลุ่มบูลลี่ไปพิจารณาพิเศษก่อนรับเข้าทำงาน แต่เจ้าตัวเลือกไม่ให้
ดราม่าบูลลี่ในรั้ววิศวะ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง หลังน้อง ม. เจ้าของเรื่องออกมาอัปเดตความคืบหน้าผ่านโซเชียล เผยให้เห็นแรงกระเพื่อมที่ลามไปไกลเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด เมื่อคลิปที่เธอโพสต์กลายเป็นไวรัลใน TikTok จนถึงขั้นมี ฝ่าย HR จากหลายบริษัทติดต่อเข้ามาโดยตรง เพื่อขอรายชื่อกลุ่มคนที่เคยรุมบูลลี่เธอ
น้อง ม. เล่าว่า HR เหล่านี้แจ้งเหตุผลชัดเจนว่า หากพบว่าใครในกลุ่มบูลลี่ไปยื่นใบสมัครงานกับบริษัทของตน จะถูกสืบประวัติและพิจารณาเป็นกรณีพิเศษก่อนตัดสินใจรับเข้าทำงาน พูดง่าย ๆ คือชื่อของคนกลุ่มนี้อาจกลายเป็นเครื่องหมายคำถามติดตัวไปทุกที่ที่ไปสมัครงาน หากรายชื่อหลุดออกไปจริง
แต่ที่ทำให้หลายคนต้องยกนิ้วให้คือ ท่ามกลางแรงกดดันและโอกาสที่จะ “แก้แค้น” กลุ่มคู่กรณีอยู่ในมือ น้อง ม. กลับเลือกที่จะไม่ส่งรายชื่อให้ HR แต่อย่างใด เธอยืนยันเองว่าสามารถส่งข้อมูลให้ได้ถ้าต้องการ แต่จุดยืนของเธอคือไม่ต้องการเห็นใครต้องเสียอนาคตหรือเส้นทางอาชีพไปเพราะเรื่องนี้ ทั้งที่ตัวเธอเองเป็นฝ่ายถูกกระทำมาตั้งแต่ต้น
ก่อนหน้านี้ น้อง ม. เคยชี้แจงว่าจุดประสงค์แรกที่ออกมาพูดไม่ใช่การแก้แค้นหรือกลั่นแกล้งคู่กรณีตามที่ถูกกล่าวหา แต่ต้องการให้อีกฝ่ายตระหนักถึงสิ่งที่ทำลงไปและอยากได้ยินคำขอโทษ ซึ่งถ้าได้รับคำขอโทษตั้งแต่แรกก็พร้อมให้อภัยแล้ว แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมากลายเป็นการตั้ง IG Notes ล้อเลียน และหนักที่สุดคือมีบัญชีไม่ระบุตัวตนมาคอมเมนต์แปะรูปปืนจ่อหัวใน TikTok ของเธอ
ล่าสุด น้อง ม. โพสต์ภาพหน้าจอแชท เผยให้เห็นว่าเพื่อนร่วมสาขาหลายคนทยอยทักข้อความมาขอโทษกับสิ่งที่เคยพิมพ์หรือเคยทำในวันนั้น เธอทวีตข้อความความรู้สึกว่าน้ำตาไหลกว่าจะได้ยินคำขอโทษ พร้อมตั้งคำถามว่า ถ้าวันนั้นไม่มีหลักฐานเก็บไว้ วันนี้จะมีโอกาสได้ยินคำขอโทษแบบนี้หรือไม่
ส่วนเหตุผลที่ต้องใช้เวลาเกือบ 2 เดือนกว่าจะกล้าออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ในกลุ่มมหาวิทยาลัย น้อง ม. บอกว่าช่วงแรกเธอเองก็โดนตำหนิใน TikTok ไม่น้อย ต้องใช้เวลาทำใจ ส่วนที่เลือกโพสต์ในกลุ่มมหาวิทยาลัยเพราะมองว่าเรื่องเกิดขึ้นที่นี่ หากอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงก็ต้องเริ่มจากจุดนี้ ไม่ได้ต้องการโจมตีชื่อเสียงมหาวิทยาลัย แต่อยากให้ทางมหาวิทยาลัยจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังและเป็นธรรม
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : FB/อรรถรส
ข่าวล่าสุด