สทศ.แจง ข้อมูลจัดอันดับโอเน็ต 100 โรงเรียนสูงสุดคลาดเคลื่อน – ยันไม่มีนโยบายจัดอันดับ
นายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. เปิดเผยถึ
ถึงกรณีที่ได้มีการเผยแพร่การจัดอันดับผลการทดสอบโอเน็ต 100 โรงเรียนที่ได้คะแนนสูงสุดในประเทศไทยประจำปี 2567 ทางเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ต่างๆนั้นว่า ข้อมูลที่นำเสนอมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงค่อนข้างมาก หลายประเด็น อาทิการอ้างว่าเป็นคะแนน โอเนตม.6 ประจำปี 2567 ข้อเท็จจริงสทศ.จัดสอบโอเน็ตชั้น ม. 6 จำนวน4รอบ รอบที่หนึ่งและสองสอบไปแล้วเมื่อวันเสาร์ที่22และอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รอบที่3และ4 จะสอบในวันเสาร์ที่1และวันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคมที่จะถึงนี้ และจะประกาศผลในวันที่ 18 มีนาคม 2568 อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบการนำเสนอคะแนนเฉลี่ยพบว่า ตรงกับคะแนนเฉลี่ยผลการสอบโอเน็ตชั้น ม. 6 ปีการศึกษา 2566 แต่ก็มีการอ้างอิงเว็บไซต์ของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติในข่าวเป็นผลคะแนนโอเน็ตชั้น ม. 3 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการอ้างอิงขาดความน่าเชื่อถือของผลคะแนนโอเน็ต ม. 6 ตามที่ได้เผยแพร่ข้อมูลที่ผิดออกไป
“นอกจากนี้จากข้อมูลการจัดอันดับโอเน็ต 100 โรงเรียนแรกที่ได้คะแนนสูงสุดในประเทศไทยตามข้อมูลที่แชร์กันนั้น ไม่ได้มีการกล่าวถึงหลักเกณฑ์และวิธีการคิดคำนวณผลคะแนนที่ใช้ในการจัดอันดับโรงเรียนแต่อย่างใด ซึ่งทาง สทศ.ได้ทดลองจัดอันดับตามหลักวิชาการ และทดลองจัดอันดับโดยใช้ผลคะแนนเฉลี่ยรวม5วิชาซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ยังพบว่าผลการจัดอันดับทั้งสองวิธีที่ สทศ.ทดลองทำได้ผลการจัดอันดับโรงเรียนไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่แชร์กันในโลกออนไลน์”นายอดิศร กล่าว
นายอดิศร กล่าวต่อว่า โดยปกติการนำเสนอผลการทดสอบโอเน็ตของสทศ.จะนำเสนอคะแนนเฉลี่ยจำแนกตามรายวิชาของนักเรียนรายบุคคลระดับโรงเรียนเขตพื้นที่ จังหวัดภาค สังกัดและภาพรวมระดับประเทศเพื่อให้ผู้สอบสถานศึกษาต้นสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาได้นำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้การวางแผนการจัดการเรียนการสอนการกำหนดนโยบายทางการการศึกษา สทศ.ไม่มีนโยบายในการจัดอันดับโรงเรียนโดยใช้ผลคะแนนโอเน็ตทั้งนี้เนื่องมาจากการจัดระดับโรงเรียนอาจส่งผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบในแง่มุมต่างๆหลายมิติอีกทั้งการสอบโอเน็ตในปัจจุบันเป็นการสอบตามความสมัครใจทำให้ผู้สมัครสอบของแต่ละโรงเรียนอาจเป็นตัวแทนของประชากรนักเรียนของโรงเรียนในระดับชั้นนั้นนั้น รวมไปถึงผู้สมัครสอบแต่ละคนอาจไม่ได้สอบครบทุกวิชาและอาจมีโรงเรียนบางแห่งที่ส่งนักเรียนเข้าสอบโดยคัดเลือกใทีเฉพาะนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเข้าสอบ เพื่อหวังผลทางการประชาสัมพันธ์สร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน จึงทำให้เกิดปัญหาในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดอันดับมาก จึงขอให้ประชาชนเสพข่าวโดยดูข้อมูลอย่างรอยด้าน รวมไปถึงการแชร์ข่าวของเพจข่าวหรือแหล่งข่าวต่างๆต้อง ใช้ความระมัดระวังในการพิจารณาจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือประกอบด้วย เพื่อ ให้ประชาชนได้รับข่าวสารข้อมูลที่ถูกต้อง