ผลชันสูตรเผย ผู้เสียชีวิตไฟไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เสียชีวิตจากก๊าซพิษ ไม่ใช่ไฟคลอก
GH News July 16, 2026 03:11 PM

ตำรวจนครบาลแถลงผลนิติเวช พบคาร์บอนมอนอกไซด์และไซยาไนด์ในร่างผู้เสียชีวิต พร้อมเร่งสอบเส้นทางการเงินโรงเบียร์ลาดพร้าว

ผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวไม่ได้ตายเพราะเปลวไฟ แต่ขาดอากาศหายใจจากการสูดก๊าซพิษ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงผลชันสูตรที่ สน.พหลโยธิน วันนี้ (16 ก.ค. 69)

ผลตรวจร่างผู้เสียชีวิตพบทั้งคาร์บอนมอนอกไซด์และไซยาไนด์ สารสองชนิดนี้บล็อกไม่ให้เนื้อเยื่อรับออกซิเจน หากสูดในปริมาณมากจะเสียชีวิตภายในไม่เกิน 4 นาที ก๊าซพิษชุดเดียวกันยังทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าไปช่วยเหลือประชาชนในวันเกิดเหตุ จนแสบคอ ระคายเคืองทางเดินหายใจ และสำลักควันรุนแรง ทุกนายเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจและกลับบ้านได้แล้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งการให้ตรวจสอบสิทธิประโยชน์เพื่อมอบรางวัลแก่ตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกนาย

คดีนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ใด เจ้าของร้านตัวจริงบาดเจ็บสาหัส ต้องสอดท่อช่วยหายใจและยังไม่รู้สึกตัว พนักงานสอบสวนจึงยังสอบปากคำไม่ได้ พี่สาวของเจ้าของร้านซึ่งบริหารจัดการแทนแต่ไม่มีชื่อในหุ้นเข้าให้ปากคำแทน ตำรวจเตรียมฐานความผิดไว้ล่วงหน้า ประกอบด้วยข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บ ข้อหาต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหาประมาททำให้เกิดเพลิงไหม้ และข้อหาเกี่ยวกับการเปิดสถานบริการเกินขอบเขตที่ได้รับอนุญาต หากตรวจพบ

ด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้น เอกสารจดทะเบียนระบุชื่อเจ้าของร้านและแม่ แต่สื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตเรื่องหุ้นลม ตำรวจจึงสั่งตรวจเส้นทางการเงินย้อนหลังทั้งหมด เพื่อดูว่ามีการโอนรายได้ไปให้บุคคลอื่นนอกเหนือจากเอกสารหรือไม่ และจะเรียกผู้เกี่ยวข้องทุกคนมาสอบปากคำตามลำดับ

ข้อมูลจากการไฟฟ้านครหลวงชี้ให้เห็นพฤติการณ์ความประมาทชัดเจน ทางร้านขอใช้ไฟไว้ที่ขนาด 30/100 แล้วยื่นขอเพิ่มขนาดในภายหลัง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจ ทางร้านกลับบ่ายเบี่ยงอ้างว่าไม่พร้อม ตำรวจตั้งข้อสังเกตว่าร้านอาจต่อเติมระบบไฟเองจนโอเวอร์โหลดและลัดวงจร นอกจากนี้ยังพบว่าประตูทางหนีไฟ 1 บาน ถูกล็อกกุญแจไว้ ต้องไขก่อนจึงจะออกมาด้านนอกได้ ประเด็นนี้จะถูกนำไปพิจารณาร่วมกับผลตรวจของกองพิสูจน์หลักฐานว่าประตูทั้ง 4 บานได้มาตรฐานหรือไม่ และมีผลต่อการหนีตายอย่างไร ส่วนวัสดุเพดานและจำนวนทางหนีไฟที่ไม่ครบตามเกณฑ์ก็อยู่ระหว่างรอรายงานอย่างเป็นทางการเช่นกัน

ด้านสำนักงานเขตจตุจักรส่งเอกสารขอใบอนุญาตมาบางส่วนแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมส่วนที่เหลือ พล.ต.ท.สยาม ย้ำว่าหากพบเขตบกพร่องหรือปล่อยปละละเลยการตรวจอาคาร จะต้องถูกดำเนินคดีเช่นกัน ขณะนี้ตำรวจสอบปากคำพยานไปแล้วกว่า 100 ปาก ได้เลขรับสำนวนเรียบร้อย และกำลังรอรายงานจาก 3 หน่วยงานหลัก คือ กองพิสูจน์หลักฐาน สถาบันนิติเวชวิทยา และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ก่อนส่งฟ้องต่อศาลตามข้อสั่งการเร่งรัดของนายกรัฐมนตรี

สำหรับผู้อ่านที่ประกอบธุรกิจร้านอาหารหรือสถานบันเทิง เหตุนี้ตอกย้ำความสำคัญของการตรวจสอบระบบไฟฟ้าและทางหนีไฟให้ครบตามมาตรฐานก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่หลังเกิดเหตุ

อ้างอิง

  • INN News
ข่าวล่าสุด
© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.